ดึงหน้า ด้วยสเต็มเซลล์ ไฮฟู่

ดึงหน้า ด้วยสเต็มเซลล์ ไฮฟู่
เมื่อพูดถึงวิธีการแก้ไขเพื่อยกใบหน้าเรียวกระชับกระชับนั้น ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวเป็นสำคัญ ในปัจจุบันก็มีแนวทางการรักษาอยู่สองกลุ่มที่ได้รับการยอมรับอันได้แก่

  1. ทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ที่สามารถแก้ไข ปัญหาได้ตรงจุด สามารถยกกระชับใบหน้าผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นวิธีเก่าแก่ที่เห็นผลอย่างชัดเจนที่สุดเหมาะกับคนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่ข้อเสียคือต้องบาดเจ็บมากและมีแผลเป็น
  1. หัตถการเพื่อยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด และอายุไม่มาก สภาพผิวยังมีความยืดหยุ่นดี ก็สามารถเลี่ยงมาใช้วิธีใช้สารและเข็มแทน ซึ่งเป็นการดึงหน้ากึ่งศัลยกรรมที่สามารถช่วยยกกระชับได้เช่นกัน อาทิ
  • ฉีดโบท็อกซ์ เป็นการลดรอยย่นบนใบหน้า หรือฉีดเพื่อให้หน้าเต่งตึงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โบท็อกซ์ก็ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่แต่อย่งใด
  • ยกกระชับด้วยไหม (Thread lift) ซึ่งเป็นการสอดไหม เพื่อให้ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเส้นเลือดและคอลลาเจนบริเวณใต้ผิวจึงทำให้เกิดการกระชับตัวของผิวพร้อมกับการสร้างคอลลาเจนใหม่

นอกจากนี้สำหรับคนที่ยังกลัวทั้งการใช้เข็มและมีดผ่าตัด ก็ยังมีเทคนิกการยกกระชับใบหน้าอีกแบบหนึ่งโดยการพึ่งเครื่องมือเทคโนโลยีการแพทย์ ในใช้คลื่นต่างๆอันได้แก่

  • คลื่นความถี่วิทยุ (RF)  ซึ่งวิธีการนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อย เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยในการยกกระชับผิว แบบไม่ทิ้งบาดแผล ที่ปล่อยคลื่นไฟฟ้าความถี่เท่ากับคลื่นวิทยุ จะไปสร้างความร้อนในผิวชั้นลึก ซึ่งสามารถลงลึกถึงชั้นไขมัน โดยคลื่นจะส่งกระแสไฟฟ้าให้วิ่งบนผิวของเราที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ แต่กระแสไฟฟ้าจะวิ่งไปหยุดที่ชั้นไขมันซึ่งเป็นจุดต้านทานสูงสุดบนใบหน้า ดังนั้นจะเกิดการสะสมของคลื่นพลังงานที่บริเวณชั้นไขมัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือชั้นไขมันจะหายไป ทำให้หลังการรักษาถึงแม้ผิวจะตึงขึ้น แต่ใบหน้าจะดูตอบ ซูบ หรือเสียรูปใบหน้า กลายเป็นว่า ทำไปแล้วดูหน้าแก่กว่าเดิม อาจจำเป็นต้องใช้สารเติมเต็มเข้ามาช่วยทำให้สิ้นเปลือง ที่สำคัญคือคนไข้จะรู้สึกได้ว่า ใบหน้าไม่ได้ถูกยกกระชับอย่างแท้จริงรวมถึงมีอาการเจ็บและบวมหลังการรักษา ดังนั้นจึงไม่เป็นที่นิยม
  • พลังงานอัลตร้าซาวด์ เทคโนโลยีตัวนี้จะคล้ายกับคลี่นวิทยุแต่จะเป็น Focus Ultrasound สามารถส่งผ่านพลังงานลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งลึกกว่าชั้นคอลลาเจน สามารถควบคุมความลึกลงสู่ชั้นผิวหนังได้ จึงไม่มีผลต่อการสลายชั้นไขมัน แต่ยังมีหลักการทำงานแบบเดียวกับคลื่นวิทยุ คือทำให้เกิดบาดเจ็บเล็กน้อย มุ่งเป้าหมายลงมาที่รอยต่อของชั้นกล้ามเนื้อ ส่วนบน (SMAS) ซึ่งเมื่อทำให้มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น เนื้อเยื่อเหล่านี้ก็จะมีการซ่อมแซมตัวเอง สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นและเกิดการหดรัด ผิวหน้าจึงกระชับขึ้นในที่สุด ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีผลข้างเคียงที่ทำให้หน้าตอบ แต่ก็ยังมีข้อเสียคือ คลื่นอัลตร้าซาวด์ จะมีการปล่อยพลังงานที่รุนแรง ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บบางรายถึงขั้นทนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้ยาชา หรือปรับลดค่าพลังงานลง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่น่าพึงพอใจ

โปรแกรมยกกระชับ หน้าเรียว ใหม่ล่าสุด แบบไม่เจ็บ ด้วย HIFU Cell therapy

วิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ล้วนเป็นการรักษาเพื่อช่วยในการยกกระชับใบหน้าด้วยกันทั้งสิ้นโดยมีข้อดีและ ข้อเสียที่เจ็บตัวมากน้อยแตกต่างกัน จนกระทั่งล่าสุดได้มีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีในการยกกระชับใบหน้าขึ้นมาใหม่ ด้วยการใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตร้าซาวด์พลังงานสูง “High intensity focused ultrasound (HIFU)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเดียวกับคลื่นอัลตร้าซาวด์เดิม แต่พัฒนาการปล่อยคลื่นในจุด focus เล็กๆ อย่างต่อเนื่องในบริเวณที่รักษาอย่างแม่นยำมากขึ้น ทำให้ได้ผลที่ดีขึ้นกว่าแบบเดิมเห็นผลเร็ว อีกทั้งคนไข้จะรู้สึกสบายและผ่อนคลายมากขณะทำการรักษา ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาชาแบบวิธีเดิมๆ

ดึงหน้า ด้วยสเต็มเซลล์ ไฮฟู่

ดึงหน้า ด้วยสเต็มเซลล์ ไฮฟู่

C-CRET Signature treatment

โปรแกรมปรับหน้าเรียวกระชับ ที่ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยของใบหน้าให้ตึงขึ้น ตอบโจทย์ความงามของคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปัญหาคางสองชั้น มีชั้นไขมันส่วนเกินใต้คางและแก้ม ที่ต้องการยกกระชับผิว ปรับใบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ

HIFU ช่วยกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์เซลล์ ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง HIFU ไม่มีผลต่อการสลายชั้นไขมัน ดังนั้น จึงไม่ค่อยมีผลข้างเคียงที่ทำให้หน้าตอบ  และไม่มีรอยแดงหรือไหม้ หลังทรีตเมนท์แล้วสามารถแต่งหน้าทำกิจกรรมได้ตามปกติทันทีโดยไมต้องพักฟื้นผิว

ดึงหน้า ด้วยสเต็มเซลล์ ไฮฟู่

ดึงหน้า ด้วยสเต็มเซลล์ ไฮฟู่

skoom1

หลังการรักษาด้วย HIFU อย่างเดียวยังไม่เพียงพอต้องมีการเสริมประสานการฟื้นฟูผิวด้วย ด้วยสารสกัดจากเซลล์ Signature treament ของ Ccret cell therapy กระตุ้นการฟื้นฟูผิวด้วยเทคนิก sqoom ให้สารสกัดเข้าสู่ผิวลึกอย่ารวดเร็ว ที่จะเพิ่มกระบวนการไหลเวียนโลหิตทำให้ผิวหนังดูสดใสและเปล่งปลั่ง

สารสกัดจากเซลล์ ที่นำมาใช้ มีการใช้มานานในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อเยื่อผู้บาดเจ็บและนักกีฬา ดังนั้นจึงมีการนำมาประยุกต์ใช้ในการฟื้นฟูผิวหนังหลังการทำ HIFU จึงช่วยให้ผิวหน้าฟื้นตัวตึงกระชับอย่างเห็นได้ชัดเจนหลังการรักษาอย่างรวดเร็ว เป็นที่พึงพอใจของผู้รับการรักษายิ่งกว่ากว่าการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ

ผลการรักษาจะดีขึ้นเมื่อทำกระตุ้นซ้ำในช่วงระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือนโดยเฉลี่ยกระตุ้น 1-2 ครั้ง จะส่งผลให้การรักษาจะอยู่ได้นานขึ้นและหลังจากนั้นอาจจะมาซ้ำในทุก 3-6เดือนโดยไม่มีผลข้างเคียง นอกจากนี้สำหรับผู้ที่เคยผ่านการฉีดฟิลเลอร์หรือการร้อยไหมมาก็สามารถทำ HIFU ได้เช่นกัน เนื่องจากเทคโนโลยีชนิดนี้จะส่งผลต่อเซลล์ผิวชั้นลึก หากทำการฉีดฟิลเลอร์หรือการร้อยไหมมา ให้เว้นระยะ 1-2เดือนแล้วค่อยเสริมด้วยเทคนิคนี้ก็จะยิ่งทำให้ใบหน้าดูกระชับและช่วยเสริมให้เกิดการรักษาตัวให้หายเร็วขึ้น

โปรแกรม การฟื้นฟูผิวด้วย Signature treatment HIFU Cell therapy ด้วยสารสกัดจากเซลล์  ได้รับการออกแบบโดยประสบการณ์ของแพทย์ผิวหนัง และผู้เชี่ยวชาญด้านชีวะโมเลกุล ของ C-CRET therapy Center

ผู้ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของใบหน้า รวมถึงการปรับรูปหน้า ควรเข้ารับการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสภาพผิวและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมตามสภาวะในหลายๆกรณีอาจต้องทำการรักษาแบบผสมผสานนำวิธีต่างๆใช้ร่วมกันจึงจะได้ผลดีที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก C-CRET Therapy Center 

https://www.facebook.com/ccrettherapy