รักษาแผลเป็นหลุมสิว ด้วยแรงดันอากาศ

รักษาแผลเป็นหลุมสิว ด้วยแรงดันอากาศ

แผลเป็นที่เกิดจากหลุมสิว เป็นปัญหาที่พบได้ทุกเพศทุกวัยการแพทย์ด้านความงามทุกยุคสมัยพยายามหาวิธีในการรักษาแผลหลุมสิว บ้างก็พอได้ผลบางครั้งก็เกิดผลข้างเคียง กว่า 30 ปีที่ผ่านมา มีนวัตกรรมอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการรักษาแผลหลุมสิวมาดูกัน

ยุคเก่าของการแพทย์ความงาม
ยุคนี้คือช่วงประมาณ 30-40 ปีก่อน มีความพยายายามในการรักษาแผลหลุมสิว โดยอาศัยหลักการที่ว่า เมื่อมีการทำลายผิวก็จะทำให้เกิดการสร้างผิวใหม่ วิธีที่นิยมกันมี 2 วิธีคือ การกรอผิวหน้าด้วยเทคนิค Dermabrasion โดยการใช้เครื่องกรอที่เหมือนที่กรอโลหะ กรอส่วนผิวชั้นบนออก อีกวิธีคือ การกัดลอกผิวด้วยกรดเคมี หรือ Chemical Peeling โดยใช้น้ำยาเคมีเช่น ฟีนอล หรือ กรด TCA วิธีนี้หลักการก็เหมือนการกรอหน้า แต่ใช้กรดเคมีกัดทำลายผิวแทนการกรอ

การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวดูเหมือนจะมีผลข้างเคียงตามมาอย่างมาก เช่น การเกิดแผลเป็นนูน การเกิดแผลแดงถาวร เป็นต้น เนื่องจากไม่สามารถควบคุมระดับความลึกในการทำลายผิวได้ นอกจากนี้ ก็ยังมีเทคนิคการตัดเย็บแต่งแผล โดยการตัดส่วนที่เป็นหลุมออกแล้วเย็บใหม่หรือ การตัดผิวดีมาปะแต่ง ซึ่งปัจจุบันก็ไม่มีใครทำกันแล้วเช่นกัน

ยุคเริ่มต้นของแพทย์ความงามสมัยใหม่
ยุคนี้คือช่วงประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา เป็นยุคที่เริ่มหันมารักษาผิวหน้าแบบประคับประคอง คือไม่ทำรุนแรง จะค่อยๆ รักษาเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงแต่ยังอาศัยพื้นฐานความรู้เดิม คือการทำลายผิวชั้นบน แต่ทำแบบน้อยๆ เช่น การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ AHA, การกรอผิวเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion) การจี้หลุมสิวด้วยน้ำกรด การทำ Subcision หลุมสิว เป็นต้น เทคนิคเหล่านี้แม้ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อยมาก เพราะกระตุ้นผิวน้อยเกินไปนั่นเอง เทคนิคเหล่านี้หลายๆ คลินิกยังใช้อยู่ในปัจจุบันเพราะมีราคาไม่แพง

ยุคเริ่มต้นของเลเซอร์รักษาหลุมสิว
เริ่มมีการประยุกต์เอาเลเซอร์มาเป็นตัวช่วยในการทำลายผิวหนังชั้นบน เนื่องจากเราสามารถควบคุมระดับความลึกของเลเซอร์ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ เช่น Ultra Pulse ซึ่งเป็น Co2 เลเซอร์แบบหนึ่ง สมัยนั้นฮิตในอเมริกา

ปัญหาที่พบคือ หลังการรักษาคนไข้ต้องพักฟื้นนานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะหน้าจะเป็นแผล ต้องมาทำแผลทุกวัน และพอแผลหายหน้าก็จะแดงไปอีกเป็นเดือนๆ เลเซอร์แบบนี้พอมาลองทำในคนเอเชีย เช่น คนไทย ไม่มีใครรับได้เพราะต้องพักฟื้นนาน และเมืองไทยแดดแรง หน้าดำทุกรายหลังการรักษา

ยุคของเลเซอร์รักษาหลุมแบบตาราง

อันที่จริงเราเรียกว่าเป็นแบบ Fractional คือจะยิงเลเซอร์ออกมาเป็นจุดๆ มีช่องว่าง ทำให้เห็นเป็นตารางๆ สมัยแรกๆก็เป็นเลเซอร์ชนิด Co2 เลเซอร์แบบนี้ยังอาศัยหลักการเดิม คือทำลายผิวชั้นบน แล้วรอให้ผิวซ่อมแซมตัวเองใหม่ แผลเป็นหลุมสิวก็จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่การยิงเลเซอร์ออกมาเป็นตารางก็เพื่อเว้นให้มีผิวหนังที่ไม่โดนเลเซอร์ทำลายไว้ด้วยทำให้ผิวหนังสร้างผิวใหม่เร็วขึ้นผลข้างเคียงลดลง ไม่ต้องทำแผล ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ปัญหาของเลเซอร์แบบนี้ก็ยังเหมือนๆ เดิมคือผลการรักษายังไม่ดีพอ และหลังทำก็มีตกสะเก็ดต้องพักฟื้นอยู่ดี

การรักษาหลุมสิวในยุคปัจจุบัน
ปัจจุบันการรักษาด้วยเลเซอร์ที่ยิงแบบ Fractional หรือเป็นตารางๆ นั้นก็ยังได้รับความนิยมมาก เพราะราคาถูกลง และมีการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ เช่น ปรับเป็นคลื่นวิทยุ หรือคลื่นอัลตราซาวด์ เป็นต้น แต่ยังยิงออกมาเป็นตารางๆ บางยี่ห้ออาจโฆษณาว่าได้ผลดีกว่า เพราะยิงลงลึกกว่า แต่แผลน้อย และแม้ว่าผลการรักษาจะดีกว่าแต่ก่อน แต่ปัญหาที่พบก็คือ ผลข้างเคียงที่พบบ่อย เช่น หน้าแดง แสบหน้า โดยเฉพาะเวลาถูกแดดทำให้เห็นเส้นเลือดฝอยเล็กๆ เกิดขึ้นบนใบหน้า

หลังจากหน้าแดง บางรายก็หน้าคล้ำดำตามมา ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะหลังการทำลายผิว เราปล่อยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองโดยไม่มีอะไรช่วยเลย พอผิวซ่อมแซมไม่ดีผิวก็เลยบางลงและอ่อนแอ ส่วนบางรายการรักษาแบบนี้ไม่ได้ผลเลยเพราะมีพังผืดใต้ผิวมาก

ปัจจุบันเราทราบว่าแผลหลุมสิวมีพังผืดมาก หากไม่แก้ไขการรักษาจะไม่ค่อยได้ผล เมื่อช่วง 2 ปีก่อน เกาหลีมีนวัตกรรมที่เรียกว่า Air Dissection หรือการแยกเลาะพังผืดใต้ผิวด้วยอากาศแรงดันสูง ทำให้ผลการรักษาดีขึ้นมาก

มีนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า Skin Booster หรือการเติมน้ำหล่อเลี้ยงผิว โดยหลักการก็คือใส่สาร HA ซึ่งเป็นชนิดพิเศษที่มีโมเลกุลเล็ก และมีคุณสมบัติรักษาสมดุลความชุ่มชื่นในผิว (กรณีฟิลเลอร์ HA เป็น HA ชนิดโมเลกุลใหญ่ สำหรับฉีดลงลึก) สามารถช่วยกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนใหม่ได้ และลดพังผืดใต้ผิวได้ด้วย ทำให้การรักษาหลุมสิวได้ผลดีขึ้นมาก อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวบาง มีเส้นเลือดฝอยและแก้หน้าคล้ำดำจากการทำเลเซอร์ได้ด้วย

บทสรุป
ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการรักษาแผลเป็นหลุมสิว ทั้งนี้การรักษาหลุมสิวที่ได้ผลดีนั้นต้องอาศัยความเข้าใจที่ว่าแผลหลุมสิวนั้นมีพังผืดเกาะติดแน่น และการสร้างผิวใหม่ที่ดีนั้นต้องอาศัยตัวช่วย เช่น HA ซึ่งเป็นน้ำหล่อเลี้ยงผิว สำหรับหลักการเก่าๆ เพียงแค่การทำให้ผิวบาดเจ็บ หรือทำลายผิวชั้นบน แล้วปล่อยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองใหม่นั้น ปัจจุบันเราพบว่าได้ผลไม่ดีหากไม่มีตัวช่วยที่กล่าวมา และอาจทำให้เกิดปัญหาผิวบาง หน้าแดง มีเส้นเลือดฝอย หรือหน้าดำคล้ำตามมาได้ ประการสำคัญที่สุด ที่คนไข้ต้องเข้าใจก็คือ การรักษาแผลหลุมสิว เป็นกระบวนการค่อยๆ กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ดังนั้นการรักษาในทุกๆ วิธีนั้นจึงต้องกระทำซ้ำๆ และใช้ความอดทนนานกว่าจะเห็นผลชัดเจน ทางที่ดีที่สุดก็คือป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นสิวนั่นเอง

www.aic-clinic.com