ลดแก้มป่อง หน้าอ้วนบาน อย่างถาวร ด้วยศัลยกรรม

ลดแก้มป่อง ลดหน้าอ้วนบานด้วยศัลยกรรม ปรับกรอบหน้าให้เรียวสวย

ลดแก้มป่อง ลดหน้าอ้วนบานด้วยศัลยกรรม

สมัยก่อนที่ใบหน้ารูปตัววี (V–Shape) ยังไม่เป็นกระแสนิยม สาวๆ แก้มป่องทั้งหลายก็มีความสุขดีกับรูปหน้าที่มีแก้มป่องเหมือนเด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดู แต่ในปัจจุบันกระแสใบหน้าวีมาแรงแซงทางโค้ง จนทำให้สาวๆ หลายท่านล้วนอยากที่จะตาโต จมูกโด่ง หน้าเรียวเล็ก และแก้มตอบ ที่เรียกว่าเป็นเทรนด์สวยแบบกำลังดีกันทั้งสิ้น จึงสรรหาวิธีที่จะทำให้หน้าเรียวเล็กเพื่ออินเทรนด์ตามกระแส  จึงต้องหันมาหาวิธีอื่นๆ เพื่อเสกหน้ารูปตัววีให้กับตัวเอง และมักจะจบด้วยการพึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยนั่นเอง

แก้มป่อง คืออาการของคนที่มีลักษณะของแก้มที่ค่อนข้างเยอะ จนทำให้ใบหน้าดูสั้นและกลมสังเกตได้โดยการหันหน้าเอียง เส้นที่ลากจากขอบตาแล้วโค้งลงมานั้น จะเป็นเส้นตรงหรือไม่ก็โค้งนูนออกมา ซึ่งเกิดได้ทั้งคนอ้วนและคนผอม ทั้งนี้โดยปกติทุกคนจะมีไขมันบริเวณแก้มเป็นปกติกันอยู่แล้ว เมื่อยังเด็กไขมันจะเยอะและทำให้ดูแก้มป่องทุกคน แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 20 ปี แก้มจะเริ่มตอบลงโดยธรรมชาติ และถ้าหากแก้มยังคงป่องไม่เปลี่ยนแปลงก็แสดงว่าลักษณะแก้มแบบนั้น ก็จะอยู่กับคุณแบบถาวรแล้ว ซึ่งมีสาเหตุมาจากความอ้วนหรือกรรมพันธุ์โดยความอ้วนนั้นแท้จริงมีผลต่อแก้มป่องน้อยมาก เนื่องจากแก้มป่องที่เกิดจากความอ้วน เกิดมาจากไขมันใต้ผิวหนังที่อยู่บริเวณโหนกแก้ม ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่หากเป็นแก้มป่องที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์ จะมีไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มอยู่เป็นจำนวนมาก และส่งผลให้แก้มป่องขึ้นมาได้

สำหรับคนที่มีแก้มป่องอันเกิดมาจากภาวะน้ำหนักเกิน สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองง่ายๆ แต่ต้องมีวินัยในการลดแก้ม นั่นก็คือการหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้หุ่นที่สวยงาม และร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังสามารถลดไขมันบริเวณแก้มให้ลดลงได้อีกด้วย และหากเป็นคนที่มีเวลาน้อย ก็ยังสามารถออกกำลังกายเฉพาะส่วนใบหน้าอย่างเดียวก็ได้ โดยการปรับเปลี่ยนรูปหน้าบ่อยๆ อย่าไปเข้าใจผิดว่าการทำหน้านิ่งๆ จะช่วยไม่ให้แก้มป่องขึ้น เพราะแท้ที่จริงแล้วหากขยับรูปหน้าบ่อยๆ เช่น ยิ้มทำปากกว้างหรือจู๋ เป็นต้น จะเป็นการบริหารใบหน้าส่งผลให้เป็นการขจัดไขมันบริเวณแก้มออกไปได้ หรือจะเป็นการนวดยกกระชับใบหน้าจากคางขึ้นไปหลังใบหู เพื่อช่วยกระชับแก้มไม่ให้หย่อนคล้อยและทำให้ผิวเต่งตึงได้อีกด้วย

นอกจากนี้อาหารการกินก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มและเผ็ด เพราะจะทำให้ระบบการทำงานในร่างกายทำงานหนักส่งผลเกิดแก้มป่องขึ้นได้ นอกจากนี้การดื่มน้ำมากๆ ก่อนเข้านอน ก็ยังทำให้แอนติไดยูเรติกฮอร์โมนไม่สามารถดูดซึมเข้าไปได้หมด ทำให้เซลล์ดูดน้ำและบวมขึ้น รวมถึงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่เย็นจัดบ่อยๆ ก็จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี อีกทั้งท่านอนก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะการนอนคว่ำหรือนอนหนุนสูงจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และความชื้นก็จะมากองอยู่บริเวณใบหน้าจึงทำให้เกิดอาการบวมได้ หากสามารถปฏิบัติตามวิธีที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างมีวินัย รับรองอาการแก้มตอบที่เกิดจากภาวะอ้วนจะหายไป แต่คงต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน จึงจะเห็นผลที่ชัดเจน ซึ่งหากรอไม่ไหว ก็ยังสามารถใช้วิธีการทางการแพทย์เข้ามาช่วยได้ดังนี้

การดูดไขมันที่แก้ม (Vaser Liposelection)

เป็นการดูดสลายไขมันบริเวณแก้มทั้งส่วนที่อยู่เหนือหรือใต้กระดูกขากรรไกร โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์เข้าไปทำให้เกิดความร้อนบริเวณใต้ผิวส่งผลให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวแล้วทำการดูดออกมา ซึ่งสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำการดูดไขมัน อีกทั้งยังมีอาการบวมและรอยช้ำน้อย ที่สำคัญไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท เป็นต้น แต่การดูดไขมันบริเวณแก้มนั้นจะได้ผลดีกับคนที่มีอายุน้อย มีการยืดหยุ่นของผิวหนังได้ดี และมีไขมันสะสมบริเวณแก้มอยู่เป็นจำนวนมากผิดปกติเท่านั้นไม่สามารถลดแก้มป่องที่เกิดจากพันธุกรรมได้ และราคาในการทำต่อครั้งค่อนข้างสูงอีกด้วย

เมโสแฟต (Mesotherapy Fat) หรือการฉีดลดแก้ม เป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะที่ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด แต่จะเป็นการฉีดยาที่มีคุณสมบัติในการสลายไขมันและวิตามินหลายชนิดเข้าไปบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัวและสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วขับออกทางปัสสาวะและเหงื่อ วิธีการนี้ในช่วงแรกจะทำให้แก้มจะบวมมากกว่าปกติ แล้วจะค่อยๆ ยุบลงจนได้ขนาดที่พอดี ทำให้ได้ใบหน้าที่เรียวขึ้น เรียบเนียนไม่เห็นรอยแผลชัดเจน มีเพียงรอยแผลขนาดเท่ารอยเข็มเท่านั้น แต่ต้องใช้จำนวนในการทำหลายครั้งจึงจะเห็นผล อีกทั้งไขมันยังอาจกลับมาสะสมได้อีกด้วย

เทอร์มาจลดแก้ม (Thermage)

คือการนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ส่งพลังงานเข้าไปยังผิวหนังชั้นหนังแท้เพื่อสร้างความร้อนให้แก่ผิวหนัง ซึ่งความร้อนนี้จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อย คลายตัว และยืดออกไปตามอายุที่มากขึ้นเกิดการกระชับตัว รวมถึงความ
ร้อนนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผิวหนาและเรียบเนียนขึ้น ส่งผลให้แก้มและคางกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้เกิดแผลแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นอีกด้วย วิธีการนี้จะได้รูปหน้าโดยรวมที่เรียวงาม เรียบเนียน ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาการลดแก้มโดยตรงเท่าใดนัก เพราะไม่สามารถกำจัดไขมันที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้มได้ เป็นเพียงการทำให้แก้มที่หย่อนคล้อยดูกระชับขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญราคาในการรักษาต่อครั้งค่อนข้างสูงมากและต้องทำซ้ำทุกปี

คาร์บอกซี่ ลดแก้ม (Carboxy)

เป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด โดยเป็นการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)เข้าสู่ร่างกายด้วยการใช้เข็มขนาดเล็กมาก ซึ่งเมื่อก๊าซเข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำให้เส้นเลือดดำและแดงเกิดการขยายตัว หลังจากนั้นก๊าซก็จะแทรกไปตามเส้นใยพังผืดที่เกาะระหว่างเซลล์ไขมัน แล้วค่อยๆสลายเส้นใยพังผืดให้หายไป ส่งผลให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น ปริมาณออกซิเจนก็เพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น และจะกำจัดของเสียออกสู่ระบบน้ำเหลือง ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าตึงกระชับ ใบหน้าเรียวขึ้น และแก้มจะลดบวมลงได้ วิธีการนี้มักจะทำควบคู่ไปกับการฉีดโบท็อกซ์ด้วย

โบท็อกซ์ยกแก้ม (Botox)

วิธีการนี้ไม่ใช่วิธีลดแก้มโดยตรง แต่เป็นการทำให้หน้าเรียวขึ้น และเป็นการยกแก้มที่เกิดการหย่อนคล้อย ซึ่งจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ดึงแก้มอยู่ให้ทำงานได้น้อยลง โดยทำการฉีดสารโบท็อกซ์ที่โหนกแก้ม เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มหดตัวและเกิดการยกกระชับของแก้ม ส่งผลให้แก้มตึงขึ้นและตอบลง อีกทั้งยังควรฉีดบริเวณแนวกรามร่วมด้วย เพื่อให้ได้รูปหน้าที่สมดุล แลดูเล็กเรียว และกระชับขึ้น ข้อดีของวิธีนี้คือได้รูปหน้าที่เรียวเล็ก ใช้เวลาในการรักษาเพียงน้อยนิด ทำได้ง่าย แต่อายุของโบท็อกซ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน หลังจากนั้นจะต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญวิธีนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อลดแก้มป่องมาก เพราะเป็นเพียงการช่วยกระชับให้ใบหน้าดูเรียวเท่านั้น หากมีความต้องการที่จะลดแก้มถาวรจึงควรเลือกใช้วิธีอื่นจะดีกว่า

ร้อยไหมลดแก้ม

วิธีการนี้เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มป่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะจุดประสงค์หลักของการร้อยไหม คือการปรับรูปหน้าให้เรียว ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนยานขึ้น ไม่ใช่การลดแก้มแต่อย่างใด โดยใช้เส้นไหมละลายร้อยจะเข้าไปที่ใบหน้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่รอบเส้นไหม และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ผิวให้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้ากระชับ แลดูเปล่งปลั่งสดใส ใบหน้าเรียวขึ้น ข้อดีของวิธีนี้คือได้รูปหน้าที่ยกกระชับขึ้น สามารถเห็นผลทันทีหลังทำ ไม่เจ็บตัว หรือมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย อีกทั้งเส้นไหมยังสามารถสลายตัวได้เอง แต่ข้อเสียคืออายุในการคงประสิทธิภาพของเส้นไหมจะอยู่ได้ไม่นานนักต้องมีการทำซ้ำก่อนที่จะครบปี ที่สำคัญไม่สามารถช่วยลดแก้มที่ป่องมากได้ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่แล้วมากระชับใบหน้าโดยรวมให้สมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น เพราะวิธีการนี้ไม่ใช่วิธีการลดแก้มโดยตรงและถาวร

เมโสแฟตร่วมกับโบท็อกซ์

เป็นการใช้สองวิธีร่วมกัน ได้แก่การฉีดโบท็อกซ์และการฉีดเมโส โดยเป็นการฉีดโบท็อกซ์คลายกล้ามเนื้อ เพื่อยกกระชับกล้ามเนื้อกรามบนใบหน้าให้หดตัวลง และการฉีดเมโสแฟต เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินให้หายไป ซึ่งจะเป็นการฉีดลงไปในบริเวณชั้นไขมัน เพื่อสลายไขมันสะสมช่วงแก้ม ลดขนาดไขมันรอบใบหน้า ไขมันสะสมบริเวณชั้นคอ และบริเวณคาง ส่งผลให้เซลล์ไขมันที่เกาะเป็นชั้นหนารอบใบหน้าสลายแตกตัวออกเป็นโมเลกุลเล็กๆ แล้วส่งให้เป็นหน้าที่ของระบบขับถ่ายของเสียของร่างกายที่จะกำจัดเซลล์ไขมันไปกับระบบน้ำเหลืองในกระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายทางปัสสาวะและอุจจาระ ผลที่ได้ก็จะทำให้มีโครงหน้าที่มีความคมชัดได้สัดส่วนมากขึ้น แก้มกระชับและเล็กลง สำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้แม้จะช่วยให้แก้มกระชับและเล็กลง แต่ก็สามารถแก้ไขได้ดีในเฉพาะคนที่มีอาการแก้มป่องจากภาวะอ้วน หรือมีแก้มที่หย่อนคล้อยเท่านั้น แต่หากแก้มที่ป่องจากพันธุกรรมวิธีนี้ไม่สามารถช่วยได้

วิธีการที่กล่าวมานั้นสามารถลดแก้มที่ป่องได้ในส่วนไขมันบริเวณโหนกแก้มเท่านั้น ซึ่งไขมันบริเวณดังกล่าวก็จะมีจำนวนอยู่เพียงน้อยนิด และไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่ทำให้แก้มป่องจนหน้ากลมดิกเป็นลูกชิ้นเท่าใดนัก อีกทั้งการลดไขมันบริเวณโหนกแก้มยังไม่สามารถกำจัดให้หายไปได้ตลอดกาลในคราวเดียว แต่ต้องอาศัยการรักษาหลายครั้งและต้องใส่ใจสุขภาพอยู่ตลอดเวลา เพราะไขมันในส่วนนี้สามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ หากปล่อยให้ตนเองอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน ขาดการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่สำหรับผู้ที่มีสาเหตุแก้มป่องมาจากพันธุกรรม ซึ่งไม่ว่าจะมีรูปร่างผอมแห้งแรงน้อยแค่ไหน แต่แก้มยังป่องบวมจนหน้ากลมอยู่ละก็ วิธีการเดียวที่จะแก้ไขได้ก็คือ การกำจัดไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออกไป ซึ่งถ้ากำจัดส่วนนี้ออกไปแล้วไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มจะไม่มีทางหวนคืนกลับมาอีก แต่การกำจัดไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มนั้น อาจเป็นการรักษาที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่อยู่ไม่น้อย เพราะแก้มก็คือตำแหน่งอวัยวะที่อยู่บริเวณใบหน้าแน่นอนว่าย่อมเป็นจุดที่มีเส้นประสาทจำนวนมากอาศัยอยู่ ดังนั้นการผ่าตัดจึงค่อนข้างที่จะต้องใช้ความชำนาญ และประสบการณ์จากแพทย์อยู่ไม่น้อยอีกเช่นกัน

การผ่าตัดลดแก้ม การผ่าตัดลดแก้ม หรือการเลาะกระพุ้งแก้ม ลดแก้มป่อง หน้าอ้วนบาน อย่างถาวร ด้วยศัลยกรรม (Buccal Fat Removal)

เป็นวิธีการแก้ไขรูปหน้าอีกอย่างหนึ่งที่สามารถลดแก้มป่อง หน้าอ้วนบาน อย่างถาวร ด้วยศัลยกรรม ซึ่งที่จริงแล้ววิธีการผ่าตัดลดแก้มมีมานานแล้ว แต่เพิ่งมานิยมเมื่อกระแสหน้ารูปตัววีเข้ามา การลดแก้มด้วยวิธีนี้จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการกำจัดไขมันที่กระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad) ที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว โดยเป็นการผ่าตัดเปิดแผลขนาดเล็กภายในปากบริเวณฟันกรามบนซี่แรกแถวกระพุ้งแก้มแล้วลากลงมาเป็นเส้นตรงประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ผ่านกล้ามเนื้อชิ้นบางๆ เข้าไปที่ก้อนไขมัน แล้วทำการเลาะหรือตัดพวงไขมันออกตามความเหมาะสมของรูปหน้า

ในกรณีที่มีไขมันเหลืออยู่จำนวนมาก จะต้องใช้การดูดไขมันร่วมด้วยในคราวเดียวกัน หลังจากนั้นก็จะทำการเย็บแผลด้วยไหมละลาย รวมระยะเวลาผ่าตัดทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ก็สามารถกลับบ้านได้ทันที โดยภายใน 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด จะมีอาการบวมเหมือนผ่าฟันคุด และจะเริ่มเห็นผลเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนใน 1 เดือน ส่วนผลที่สมบูรณ์แบบที่สุดจะอยู่ประมาณ 2-4 เดือน ข้อดีของวิธีการผ่าตัดลดแก้มก็คือเป็นการผ่าตัดที่ง่าย มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เพราะไขมันที่ต้องการกำจัดออกนั้น แยกส่วนชัดเจนออกจากไขมันส่วนอื่น จึงทำให้เกิดความผิดพลาดได้น้อย และสามารถกำจัดไขมันที่กระพุ้งแก้มออกได้ถาวร อีกทั้งไม่มีการเกิดไขมันซ้ำขึ้นมาอีก รวมถึงไม่มีรอยแผลเป็นภายนอกให้เห็นเนื่องจากเป็นการผ่าตัดภายในปาก แต่สำหรับคนที่มีรูปหน้ากลมและใหญ่มาก จะต้องใช้วิธีการอื่นร่วมด้วย เช่น ดูดไขมัน ร้อยไหม เป็นต้น เพื่อช่วยลดกรามและลดเหนียงใต้คาง ที่สำคัญการรักษาด้วยวิธีนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำอีกด้วย

อย่างไรก็ตามคนที่คิดจะลดแก้มป่อง หน้าอ้วนบาน อย่างถาวร ด้วยศัลยกรรม จะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่ออายุ 25-35 ปี ใบหน้าจะมีการสูญเสียไขมันบางส่วน ทำให้ใบหน้าดูผอมลงอยู่แล้ว หากตัดไขมันออกมาก่อนเวลาอาจทำให้ใบหน้าดูผอม ตอบเล็กเกินไป วิธีการสังเกตด้วยตนเองก็คือ สังเกตจากพ่อแม่ว่าเมื่อมีอายุมากขึ้น แก้มของพวกเขาเป็นอย่างไรเพื่อคาดการณ์อนาคตของตนเองว่าแก้มจะตอบลงมากน้อยขนาดใด หรืออาจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษาว่าสาเหตุที่แก้มป่องของตนเองนั้นมาจากเหตุใด ควรรักษาด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

ที่สำคัญผู้ที่จะทำการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนั้น ต้องเป็นคนมีสุขภาพดี ไม่ควรมีโรคประจำตัว และถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาน้อย แต่ก็ยังต้องมีการเตรียมตัวเช่นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมความงามอื่นๆ ในส่วนของการดูแลรักษาหลังการผ่าตัดในช่วงแรกนั้น คนไข้ควรบ้วนปากบ่อยๆ หมั่นประคบเย็นตรงแก้มเพื่อให้ยุบบวมได้เร็ว ควรนอนศีรษะสูง ดื่มน้ำให้มาก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ควรควบคุมการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด เปรี้ยวจัด และอาหารไม่สุก ที่สำคัญที่สุดคือต้องปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่าการผ่าตัดลดกระพุ้งแก้มดูจะเป็นวิธีการลดแก้มที่ได้ผลดีที่สุด แต่ก็ยังมีข่าวออกมาให้คลางแคลงใจกันว่าดีจริงไม่ ทำไมจึงมีข่าวจำพวกเลือดออกหรือการผ่าตัดที่ไม่ประสบผลสำเร็จอยู่ แต่อย่างที่บอกไปแม้การผ่าตัดลดแก้มจะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่หากกระทำโดยแพทย์ที่ขาดความชำนาญอย่างแท้จริงก็อาจส่งผลให้เกิดการเลือดออก อาการบวม และช้ำหลังผ่าตัด หรือการผ่าตัดที่ไปกระทบกับเส้นประสาทใบหน้า ซึ่งจะส่งผลให้มุมปากตกได้ รวมถึงอาจกระทบกระเทือนท่อน้ำลายและเส้นเลือดแดง อีกทั้งอาจเกิดการติดเชื้อที่แผลหลังผ่าตัดได้ นอกจากนั้นหากแพทย์ไม่มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญพอ อาจตัดไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออกมามากเกินไป จนทำให้แก้มตอบ ใบหน้าดูแก่ลงได้ ดังนั้นก่อนการผ่าตัดต้องตรวจสอบแพทย์และสถานพยาบาลที่จะเข้ารับการผ่าตัดก่อนทุกครั้งว่ามีความชำนาญ มีประสบการณ์ มีใบอนุญาต มีความปลอดภัย และมีความน่าไว้ใจมากน้อยขนาดใด อีกทั้งต้องศึกษาข้อมูลให้ดีและตกลงทำความเข้าใจกับแพทย์ก่อนการผ่าตัด เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง และแม้การผ่าตัดเลาะกระพุ้งแก้มจะถือเป็นวิธีที่จัดการแก้มป่องได้อย่างดีที่สุด โดยไม่ต้องระวังว่าไขมันส่วนกระพุ้งแก้มจะกลับมาอีก แต่อีกสิ่งหนึ่งที่อย่าลืมก็คือไขมันบริเวณโหนกแก้มนั้นนั้นยังมีอยู่ หากเลือกกำจัดออกแล้วไม่ว่าจะด้วยวิธีใด แต่ก็ยังสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ หากขาดการดูแลตัวเองที่ดี ทั้งนี้ทั้งนั้นเหนือสิ่งอื่นใดหากตัดสินใจที่จะผ่าตัดลดกระพุ้งแก้มแล้วละก็ ต้องรักษากับแพทย์และสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และมีความปลอดภัยสูงเท่านั้น รวมถึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิผลในการผ่าตัดที่ดีเยี่ยม