เปิดคลินิกความงาม ต้องลงทุนเท่าไหร่ ถึงจะไปรอดในตลาดปัจจุบัน

เปิดคลินิกความงาม ลงทุนเท่าไหร่ ทำยังไง
ทุกๆปี จะมีการจัดอันดับธุรกิจดาวรุ่งทำเงิน และธุรกิจที่ร่วงโรย โดยการสำรวจของสถาบันต่างๆ ธุรกิจน่าลงทุนที่ถูกจัดอันดับอยู่เป็นอันดับต้นๆหลายปีติดต่อกัน ก็คือการเปิดคลินิกความงาม  เพราะสมัยนี้เรื่องรูปร่างหน้าตา เป็นสิ่งทีคนให้ความสำคัญมาก ถึงมากที่สุด ต้องสวย ต้องหล่อ ชอบโชว์ ต้องเซลฟี่สวย นำเสนอภาพตนเองสู่สังคม จะทำอะไรก็ต้องไลฟ์ ต้องไอจี บางคนเสพย์ติดต้องโชว์หน้าตาเรือนร่างรอไลค์ไม่งั้นนอนไม่หลับ ที่เป็นค่านิยมปกติของสังคมทั่วโลก จะเห็นได้ว่าสินค้าต่างๆจำเป็นต้องปรับตัวตามกระแส เช่นโทรศัพท์มือถือไม่เน้นโทรอีกต่อไปแต่ต้องมีกล้องดีๆ มีแอปไว้แต่งรูปเป็นต้น หรือเกิดสินค้าใหม่ เช่นเครื่องสำอางสำหรับผู้ชาย พูดได้ว่าไม่มียุคไหนที่จะทำมาหากินกับความงามได้ดีเท่าทุกวันนี้

ใครอยากลงทุนทำคลินิกความงามบอกได้เลยว่า โอกาสดีๆยังมีรออยู่อีกมาก

เปิดคลินิกความงาม ลงทุนเท่าไหร่ ทำยังไง

เมื่อมีความสนใจในธุรกิจนี้ เรื่องแรกๆที่แทบทุกคนต้องการรู้คือต้องใช้เงินเท่าไหร่ เป็นคำถามยอดนิยมที่ลูกค้ามีการสอบถามเข้ามามากที่สุด ก่อนอื่นขอตอบว่าหากคุณมีประสบการณ์ทำธุรกิจมาบ้าง จะประมาณการต้นทุนแบบเร็วๆได้ไม่ยาก หากได้รวบรวมหาข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง เพราะธุรกิจคลินิกความงาม มีส่วนประกอบพื้นฐานของธุรกิจที่ไม่ต่างจากธุรกิจบริการอื่นๆ ลงทุนต้องมีค่าสถานที ค่าตบแต่ง ค่าอุปกรณ์ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าจ้าง เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งก็พอทำให้เห็นภาพกว้างๆ ได้ แต่แน่นอนข้อมูลเบื้องต้นเพียงเท่านี้ ไม่เพียงพอ ถ้าคิดจะกำเงินลงมาทำจริงๆ เพราะคลินิกความงามมีรูปแบบ หลากหลาย ถึงแม้จะมีบริการพื้นฐานเหมือนๆกันก็ตามที  การลงทุนอาจเริ่มตั้งแต่หลักล้าน ยันหลายสิบล้านก็มี

การลงทุนทำให้ธุรกิจเกิด กับการลงทุนให้รอด มีความแตกต่างต่างกัน

คลินิกเสริมความเปิดกันมาก เพราะไม่ได้เปิดยากเย็นมากมายแบบที่หลายคนเข้าใจ แต่การทำให้สำเร็จ ไปรอด ติดตลาดมีกำไรได้ยากมาก คลินิกทีใหญ่โตดูภายนอกดี มีหมอเป็นเจ้าของ มีเครื่องมืออุปกรณ์แพงๆ แต่กลับไม่ทำเงินมีเป็นจำนวนมาก ธุรกิจที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ ต้องมีการวางแผนการลงทุนที่ดี ต้องคำนึงถึงตลาดเป็นตัวตั้ง จะลงทุนมากหรือน้อยจะอยู่ตรงจุดนี้ ทำคลินิกความงาม ตลาดเป้าหมายลูกค้าที่ต้องการคือใคร อยู่แถวไหน กลุ่มไหน เพศใด คนไทย หรือต่างชาติ ลูกค้าอยู่ช่วงวัยใด มีปัญหาอะไร กำลังซื้อระดับไหน นี่คือรายละเอียดยิบย่อยที่ต้องแยกแยะ และทำการศึกษา นอกจากพวกบริการพื้นๆแล้ว เราจะมีอะไรเสนอเป็นตัวเด่นชูโรง ความเชี่ยวชาญของเราขายได้ไหม ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เรากำหนด จะบริการแบบครอบจักรวาลคงไม่ได้ อีกทั้งบางกลุ่มมีคลินิกรองรับเยอะแยะแล้ว เราจะทำอะไรให้แข่งขันอยู่รอดได้ ต้องออกแบบธุรกิจให้ดีเพราะมีผลกับการลงทุนโดยตรงในระยะยาว  ควรให้ความสำคัญที่สุดกับส่วนนี้เป็นอันดับแรก จริงๆแล้วก็เป็นหลักการตลาดพื้นฐานที่มักจะมองข้าม เราลองมายกตัวอย่างการทำงบโครงการคลินิกแบบทีมีทั่วไปมาให้เห็นภาพ เช่นโจทย์ของคุณคือต้องการกลุ่มลูกค้าที่เป็น นักศึกษา คนทำงาน ช่วงอายุ 22-40 ในกรุงเทพ มีปัญหาผิวพรรณต่างๆ ต้องการชะลอวัย หรือทำให้สวย และต้องการทำศัลยกรรมพื้นฐานเช่น ทำตา ทำจมูกด้วย และมีกำลังซื้อระดับกลาง ค่อนไปทางสูงเล็กน้อย ตัวอย่างข้อมูลที่นำมาวางแผนการลงทุน ตามกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ

ทำเลของคลินิกจะต้องไปมาสะดวก พบเห็นได้ง่าย เช่นตามห้าง หรือชุมชน ขนาดของพื้นที่พอสมควร ค่าเซ้ง ค่ามัดจำ หรือซื้อ ขึ้นกับขนาด และทำเล

รูปลักษณ์ของคลินิกจำเป็นต้องดูดี ให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีความทันสมัย สบาย หรูหรา งบตบแต่งตามราคาตลาด

มีบริการพื้นฐาน และเลือกใช้อุปกรณ์ที่รักษาได้หลายๆอย่าง ปัจจุบันหลักๆ ก็เครื่องเลเซอร์ เครื่องไฮฟู่ อาร์เอฟ มีปลีกย่อยไปอีก จะหาซื้อแล้ว แต่จะเลือก ถูกแพงก็ตามกำลัง และตามลูกเล่นของเครื่อง ต้องดูลูกค้า และคู่แข่งประกอบการตัดสินใจ

มีเครื่องมือพิเศษ ที่กำลังอินเทรนด์ หรือหัตถการใหม่ๆ มาเป็นตัวชูโรงใช้ในการดึงดูดลูกค้า ทำการตลาด

บริการทำศัลยกรรม ควรต้องมีห้อง และอุปกรณ์ในการทำ

นอกจากนี้ก็ต้องมีงบวัสดุสิ้นเปลือง สต๊อกยาที่ใช้ประกอบการรักษา

อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ และสิ่งของอำนวยความสะดวก

จากนั้นก็มาดูว่าค่าใช้จ่ายประจำในการดำเนินงานมีอะไรบ้าง

ค่าเช่า ค่าผ่อน อาคาร สถานที่

ค่าจ้างหมอ

ค่าจ้างผู้ช่วยแพทย์ เทอราปิสท์ พนักงานต้อนรับ ฝ่ายขาย

ค่าสาธารณูปโภค

ค่าบริการวิชาชีพอื่นๆ ที่ต้องจัดจ้างภายนอก

ค่าการตลาด โฆษณา

ธุรกิจนี้มีต้นทุนการดำเนินการที่สูง การตั้งสำรองเงินทุนหมุนเวียน ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าต้องมีสายป่านที่ยาวพอสมควร เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไม่ลืม เพราะเปิดกิจการมาแล้ว ต้องใช้เวลากว่าจะมีลูกค้าเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวได้ ควรมีตั้งงบสำรองเงินทุนหมุนเวียน หนึ่งปีเป็นอย่างน้อย รวมถึงงบการตลาด โฆษณา ที่จะสร้างภาพลักษณ์ของคลินิก ซึ่งปัจจุบันงบประมาณส่วนนี้จะมีความสำคัญที่สุด อีกทั้งต้องทำประมาณการรายได้ของธุรกิจด้วย เพื่อสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้  หากติดขัดส่วนนี้อาจจะส่งผลให้ธุรกิจล้มครืนทันที การลงทุนทำคลินิกที่ระดับเงินแสน จนยันหลักหลายล้าน ความแตกต่างคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทีจะเป็นตัวกำหนด แผนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ทำเล ความหรูหรา รูปแบบการรักษา ทีมแพทย์และอุปกรณ์ ที่ตอบโจทย์ของลูกค้าที่เราต้องการ ไม่ใช่ไปทำตามคนอื่น

ข้อสำคัญที่สุดคือมีเป้าหมายรายได้เท่าไหร่จากการทำธุรกิจนี้

เชื่อว่าคนที่กำลังหาข้อมูลอยู่ และได้เข้ามาอ่านบทความนี้ส่วนใหญ่ใจร้อน อยากไก้ตัวเลขแบบคร่าวๆ ว่าต้องลงทุนเท่าไหร่  คำตอบไวๆโดยอิงข้อมูลจากคุณหมอ และเจ้าของคลินิกผู้มีประสบการณ์ ส่วนใหญ่บอกว่า ทำคลินิกความงามระดับกลางๆควรมีงบลงทุนทำ ไว้ที่ประมาณ  7-10 ล้านบาท ในการจัดตั้ง และเงินทุนหมุนเวียน แต่หากเป็นคลินิกรักษาโรคทั่วไปที่อยากเพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มบริการเสริมความงามเข้าไปด้วย การลงทุนจะไม่สูงนัก เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานของคลินิกเดิมอยู่แล้ว ตรงนี้ยืนยันได้เลยว่าตลาดเสริมความงามจะเติบโตอีกมาก  แต่อยากเข้ามาต้องรอบคอบ เพราะมีต้นทุนการดำเนินการสูง มีคู่แข่งมาก แต่ถ้าทำแล้วโดนเป้าก็จะคืนทุนและกำไรเร็วมาก ก่อนลงทุนต้องศึกษา และทำแผนธุรกิจอย่างละเอียด  แผนที่ดีจะประกอบด้วย วิเคราะห์ตลาด กำหนดรูปแบบธุรกิจ และงบลงทุนครบถ้วน   อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า หากผู้มีประสบการณ์มาร่วมทำ หรือจ้างมืออาชีพมาเป็นที่ปรึกษา จะดีมากเพราะจะมีข้อมูลด้านต่างๆพร้อมอยู่แล้วจะประหยัดเวลาเรียนรู้ธุรกิจได้อย่างมาก เป็นการลดต้นทุนและความเสี่ยงอีกด้วย คอร์สอบรมสำหรับการเปิดคลินิกความงาม