5 กฎเหล็กต้องรู้ก่อนลงทุนคลินิกความงาม

ทุกวันนี้เป็นยุคทองธุรกิจกับความงาม เพราะคนให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตามาก ต้องสวย ต้องหล่อ ชอบโชว์ ทำอะไรก็ต้องไลฟ์ ต้องเซลฟี่ มีเครื่องสำอางผู้ชาย เป็นค่านิยมของสังคมทั่วโลก คนที่ไม่พอใจกับรูปร่างหน้าตาของตนเองก็ต้องแสวงหาวิธีต่างๆที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ทำให้คลินิกความงามได้รับความนิยมเป็นตัวเลือกของการแก้ปัญหาอันดับอยู่ต้นๆ จึงถูกจัดให้เป็นธุรกิจที่น่าลงทุน อีกทั้งตลาดก็ยังโตขึ้นต่อเนื่อง ถึงแม้อาจจะไม่มากเหมือนแต่ก่อน แต่ใครทำเก่งก็ยังมีโอกาสดีๆรออยู่อีกมาก

คลินิกความงาม และศัลยกรรม ในบ้านเราเริ่มนิยมในวงกว้าง เมื่อประมาณ 15 ปีนี้เอง เมื่อมีการนำเทคโนโลยี่ การรักษาแบบใหม่ๆ  เข้ามาให้บริการ จากตลาดบูมสุดประมาณแปดเก้าปีก่อน กระแสเกาหลีแรงใครทำก็รายได้ดี  ผู้บริโภคก็นิยมไม่หลบซ่อนแอบทำแบบสวยจากภายในสู่ภายนอกเหมือนแต่ก่อน เลยมีหมอ ดารา เซเลบ ลงทุนเปิดคลินิกกันเต็มไปหมด

ทุกวันนี้มีคลินิกอยู่ทั่วไปเป็นยุคที่ตลาดมีการแข่งขันรุนแรง ทำคลินิกหลายรายที่ไม่มีศักยภาพพากันแข่งกันเจ๊ง แต่ก็ยังมีคนไม่รู้อยากลงทุนทำธุรกิจนี้ คุณต้องไม่เสี่ยงแบบหลับหูหลับตา  ศึกษา 5 กฎเหล็กต้องรู้ก่อนลงทุนคลินิกความงาม เพราะลงทุนใช้เงินไม่น้อย  ไม่อย่างนั้นโอกาสที่ธุรกิจไปรอดเท่ากับศูนย์

1. ตลาดโตจะต่อเนื่อง แต่มีคลินิกเปิดใหม่จนล้น

คลินิกมีมากมาย และจะมีบริการพื้นฐานที่เหมือนๆกัน หรือมีวิธีรักษาปัญหาของลูกค้าที่ทดแทนกันได้ ที่ผลลัพท์ไม่ต่างกัน อีกทั้งคลินิกแบรนด์ใหญ่ๆ ก็มีบริการเบสิคพวกนี้เหมือนกัน เช่นโบทอกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ ทำตา ทำจมูก ปลูกผม ต่างๆ แต่มีความโดดเด่นแตกต่างกว่าเหนือกว่าเพราะมีเครื่องมือระดับไฮเอนด์ และเทคนิกรักษาเทรนด์ใหม่ๆ   มีการตั้งราคาขายไม่แพงเพื่อดึงดูดลูกค้า และสกัดคู่แข่งคลินิกอื่นไม่ให้เข้ามาแชร์ตลาดได้ง่ายๆ  ดังนั้นชั่วโมงนี้ก่อนลงทุน นอกจากเรื่องทำเล คุณต้องแข็งแรงในเหลี่ยมธุรกิจที่ตัวเองถนัด มีความคิดสร้างสรรค์ ทำบริการให้โดนใจตลาด มีคุณค่าแตกต่างให้กับลูกค้า และหาที่ลงดีๆในตลาดอย่างรอบคอบก่อนจะโดดลงมาเล่นในตลาด

2. ก่อนทำการลงทุนไม่ได้วางแผนการตลาดของคลินิก

อย่าเปิดคลินิกไปแล้วค่อยจะมาทำการตลาดตามหลัง ต้องศึกษาถึงตลาดและความต้องการผู้บริโภคแต่ต้น เพื่อออกแบบธุรกิจ อย่ามองแต่ว่าตลาดกำลังโตขี่กระแสทำตามๆคนอื่นไป ไม่สร้างจุดขาย และความแตกต่าง แบบนี้จะหาลูกค้าไม่ได้ ทำให้ต้องทำโปรโมชั่นลดราคาเป็นหลัก  คลินิกในตลาดจำนวนมากมีปัญหาแบบนี้ คุณคงเคยเห็นคลินิกต้องไปตั้งโต๊ะยืนขายกันตามห้างหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต หมอที่เคยอยู่คลินิกใหญ่แล้วมาเปิดมาคลินิกของตัวเองแต่ไม่มีลูกค้า ขาดทุนย่อยยับแต่ไม่ยอมเจ๊งกลัวเสียหน้า ถ้ามีเงินก็ลากทำไปได้เรื่อยๆ

หากอยากทำคลินิก ต้องไปดูคลินิกพวกนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ต้องลองผิดลองถูก ก่อนลงทุนต้องออกแบบวางแผนธุรกิจโดยใช้การตลาดนำ เพราะทำไปแล้วมาตามแก้ทีหลังจะเสียเวลาและเงินมาก

3.ไม่ศึกษาข้อมูลของคู่แข่งที่แชร์ตลาดอยู่

นักมวยเก่งๆยังต้องเลือกคู่ชก เลือกไม่ดีถึงไม่แพ้ก็เจ็บตัวมาก คุณจะทำการค้าก็ต้องเลือกสนามบวกกับรู้ทางจะได้ไม่เหนื่อย คู่แข่งแชร์ตลาดหลักจะมีสองกลุ่มใหญ่ที่ต้องดู

คู่แข่งกลุ่มแรกคือ – คลินิกที่อยู่ในวงการมานานทำแบรนด์มีชื่อเสียงแล้ว จะมีความได้เปรียบเยอะ ทำตลาดมาก่อน ผู้บริโภคคุ้นเคยกับแบรนด์ มีภาษีดีกว่าเรื่องความน่าเชื่อถือ คลินิกหรือหมอหลายรายที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงเพราะทำมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม มีประสบการณ์ ทำการตลาดเก่ง มีทีมงาน และงบการตลาดมาก นอกจากนี้ยังควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า เพราะมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สูง จึงตั้งราคาขายได้ไม่แพง หากจะแข่งขันต้องออกแรงเยอะ ไม่ควรปะทะ หรือไปลอกเลียนแบบ ต้องหันมากำลังของตัวเองว่าจะสร้างจุดแข็งอะไรได้บ้างที่จะใช้ดึงลูกค้า

คู่แข่งกลุ่มที่สอง – ได้แก่คลินิกรักษาโรคที่มีอยู่ทั่วไป เดี๋ยวนี้หันมาเพิ่มบริการเสริมความงามเพื่อหารายได้เสริมมาก หมอเวชกรรมไปเรียนด้านเทคนิกเสริมความงาม และหาเครื่องมือใหม่ๆเข้าคลินิกมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดจะเป็นกลุ่มใหญ่ของตลาด กลุ่มนี้จะมีบริการพื้นฐาน ขายไม่แพง  เน้นลูกค้าประจำที่อยู่ในละแวกที่ต้องการความสะดวก

ตอนนี้ถ้าจะเปิดคลินิกเสริมความงามอย่างเดียวระดับกลางๆ มีแต่ของพื้นๆ จะโดนบีบจากคู่แข่งสองกลุ่มนี้ แย่งตลาดทั้งหัวท้าย แก้ได้ด้วยการศึกษาคู่แข่งและออกแบบจุดขาย specialty คลินิก จุดนี้สำคัญที่สุด ถ้านึกไม่ออก หาไม่เจออย่าเข้ามาทำ เจ๊งแน่นอน ทุกวันนี้เป็นยุคของความเชี่ยวชาญ expertise ที่พิเศษ คลินิกโฟกัสเก่งเรื่องเดียวก็พอแล้ว  ทำการตลาดลูกค้าจดจำง่าย ไม่ต้องลดราคา

4.สายป่านสั้นไป เพราะไม่มีข้อมูลในการวางแผนเรื่องทุนที่แม่นยำ

คุiต้องเตรียมวางแผนมาเล่นเกมยาว อย่าตั้งความหวังว่าเปิดแล้วจะมีรายได้เร็วมาเลี้ยงคลินิก สูตรหายนะก็คือไม่มีแผนการเงินที่อิงความเป็นจริง รวมถึงต้นทุนเรื่องเวลา หมอที่ไม่เคยเปิดคลินิกของตัวเอง รวมถึงนักลงทุนส่วนมากจะพลาดจุดนี้ เพราะไม่รู้ต้นทุนแท้จริงที่แอบแฝงของการทำให้คลินิกประสบความสำเร็จ ไม่มีสำรองเตรียมเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอ ถ้าเงินหมดนี่ก็เจ๊งทันที เหมือนรถยนต์จะดีแพงแค่ไหนถ้าน้ำมันหมดก็จอด

คลินิรายใหม่ๆ ที่เปิดมาถึงมีการวางแผนที่ดี มีทีมหมอ และมีงบบุกตลาดเต็มที่ ก็ต้องใช้เวลานับปีกว่าจะติดตลาด เพราะต้องแข่งขันกับเจ้าเก่าที่มีความพร้อม มีทุน และฐานลูกค้า การไปแชร์ตลาด ต้องใช้แผน เงิน และเวลา บางครั้งต้องมีโชคช่วยด้วย ดังนั้นต้องรู้ต้นทุน มีแผนการเงิน งบประมาณต่างๆ ค่าการตลาด และกระแสเงินสดหมุนเวียน ต้องคงสภาพคล่องในช่วงปีแรกของการลงทุนให้ได้เป็นอย่างน้อย เปิดมาใหม่ๆอาจจะมีช่วงฮันนีมูน มีเพื่อน คนรู้จัก หรือหมอช่วยดึงลูกค้าเก่ามาให้ แต่ก็มีแป๊ปเดียว จากนั้นต้องหาลูกค้าใหม่ตามเป้า ซึ่งกว่าจะปรับแนวของทางคลินิกให้เข้าที่ ลูกค้าเริ่มรู้จักและเชื่อถือ  เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาไม่มีทางลัดที่เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นต้องคิดเรื่องต้นทุนด้านเวลาว่าประเมินการสร้างยอดขายไว้อย่างไร

5.ต้องรู้วิธีการขาย ของคลินิกความงาม

ตลาดนี้มีความพิเศษเฉพาะตัวหลายอย่าง เสริมสวย บวกกับการแพทย์ ดังนั้นการขายและ การตลาด มีวิธีการที่ต่างกับธุรกิจอื่นมาก คลินิกใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องมือทางการตลาดมากมาย  ทำออนไลน์ไปตามกระแส อาจจะจ้างเอเจนซี่การตลาดมาช่วย หรือทำเองโดยส่งทีมไปเข้าคอร์ส เสียเงินมาก และเสียเวลา แต่ไม่ได้ผล เพราะไม่รู้แนวทางที่ถูกต้อง และไม่รู้กฏหมาย ประหยัดไม่ลงทุนเรื่องเนื้อหา จ้างมือสมัครเล่น ทำ facebook ทำไลน์ เขียนบล๊อก คัดลอกเนื้อหาจากคนอื่น และเน้นโปรโมชั่นขายราคาถูกเป็นหลัก  บางรายเลือกใช้บริการนายหน้าหาลูกค้าแบบเอเจนซี่ หรือใช้เนทไอดอล เพราะไม่ต้องควักกระเป๋าไปก่อน กลุ่มนี้ทำการตลาดผ่านช่องทางตัวเองที่มีอยู่ ต้องจ่ายคอมมิชชั่นหรือบางครั้งค่าจ้าง แต่ส่วนใหญ่จะรับจ็อบทำให้หลายคลินิก ต้องระวังเพราะมีความเสี่ยงทำภาพพจน์คลินิกเสียหายได้ ทำแล้วอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

หากสร้างยอดขายไม่ได้ จะไม่คุ้มต้นทุน และไม่มีสภาพคล่อง อาจมีผลเป็นลูกโซ่ทำให้ หมอหรือทีมงานอาจไม่อยู่ด้วยเพราะรายได้น้อย และต่อยอดไม่ได้

การขายเป็นหัวใจของการค้าที่ทุกธุรกิจก็จะมีเทคนิกแตกต่างกันไป ในคลินิกความงามก็เช่นกันมีเทคนิกของตัวเอง ดังนั้นต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งหากจะทำธุรกิจนี้ ทำการศึกษาให้รู้ถ่องแท้ทั้งหลักการและเครื่องมือที่ต้องใช้ในการขายให้ประสบความสำเร็จ

ก่อนลงสนามธุรกิจคลินิกความงาม ต้องดูว่าเรามีจุดอ่อนอันไหนที่ตรงกับห้าข้อที่ว่ามานี้ เงินลงทุนทำคลินิกไม่ใช่บาทสองบาท มีค่าดำเนินการสูง ไม่ระวังเผลอแป๊ปเดียวอาจล่มจมได้ ต้องวางแผนว่าคลินิกจะอยู่รอดได้อย่างไร ขายลูกค้า หารายได้ด้วยวิธีใด จะใช้อะไรไปสู้คู่แข่ง คนส่วนใหญ่ที่คิดเริ่มต้นทำคลินิก จะไปกังวลยึดติดกับเรื่องว่าซื้อเครื่องมืออะไรดี ตบแต่งคลินิกแบบไหน เรื่องการจ้างหมอ การขอใบอนุญาต ซึ่งจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก เพราะมีกระบวนการชัดเจน หรือใช้เงินซื้อได้ การเปิดคลินิกก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น คือต้องหาลูกค้าให้เพียงพออย่างต่อเนื่องที่จะเลี้ยงธุรกิจให้รอดเป็นหัวใจหลัก