Cosmetic Exclusive

Corrective Aesthetic Surgery

ศัลยกรรมไม่เวิร์ก แก้ไขได้  ก่อนสายเกิน !

Exclusive-42_open

บรรดาสาวๆ ที่ชอบพึ่งพาความสวยด้วยศัลยกรรมนั้น ก่อนที่จะทำส่วนใดน่าจะคิดวนไปวนมากันสักนิด ไม่ใช่จะตัดสินใจผลีผลาม เพราะวินาทีเดียวที่คุณจะสวยแบบพอดีหรือสวย(เกิน) งามอันนี้ก็แล้วแต่ว่าจะประสบพบเจอกันแบบไหน? แถมทุกวันนี้ยังมีสื่อหลากหลายที่ต่างประโคมข่าวออกมาให้เห็นกันทั้งในแง่ของพิษภัยจากการทำศัลย์เสริมเติมแต่งออกมาแล้วชีวิตพลิกจากหลังมือกลายเป็นหน้ามือแบบสวยใส ไฮโซเกิรล์กันเลยก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะหาข้อมูลจากการรีวิวบนสื่อออนไลน์ที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแสนิยมกัน หรือทางที่ดีเลยควรที่จะเข้าไปปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญทางสายตรงนี้ไปเลยน่าจะเหมาะกว่า

ในเล่มนี้เองจะมาจุดประกายในประเด็นของผู้ที่ทำมาแล้วเกิดความไม่พึงพอใจแก่ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้หลังจากทำสวยด้วยศัลยกรรม ซึ่งคิดว่าเมื่ออ่านคอลัมน์นี้แล้วน่าจะสร้างชนวนความคิดที่จะตอบโจทย์คุณได้ว่าจะเลือกทางสวยในแบบใด ??

ตาจมูกหน้าอก 3 จุด คนนิยมศัลย์

ในประเทศไทยการผ่าตัดที่นิยมเปลี่ยนแปลงมากที่สุดหลักๆ มีอยู่ 3 อย่าง คือ จมูก หน้าอก ตา เพราะในบ้านเรากระแสความสวยงามมาจากดารา นักร้อง นักแสดงทั้งในไทย และต่างประเทศ ต้องปรับลุคส์ให้เหมือนสาวเกาหลี ซึ่งคนในกลุ่มนี้มักจะมีจุดเด่นบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นจมูกต้องโด่ง เป็นสัน ดวงตากลมโต หน้าอกสวยสมส่วน เหล่านี้ถือว่าเป็นส่วนที่คนเห็นได้เด่นชัด ส่วนรองลงมา คือรูปร่าง ก็ต้องสูงยาว ขาเรียว หน้าท้องแบนราบ ซึ่งก็มีการพึ่งพาการดูดไขมันร่วมด้วย 

การเสริมจมูก 20–30 ปีที่ผ่านมา ในบ้านเรานิยมเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่สันจมูกไปจรดโคนจมูก แต่ถ้ามองในระดับทั่วโลกนั้นพบว่า ในปัจจุบันหลายประเทศเปลี่ยนมาใช้เนื้อเยื่อจริงที่ปลายจมูกกันหมดแล้ว ส่วนเนื้อเยื่อที่นำมาใช้แทนซิลิโคน ได้แก่ กระดูกอ่อนจากหลังใบหูหรือกระดูกอ่อนในโพรงจมูก เป็นต้น สาเหตุที่นิยมเปลี่ยนจากซิลิโคน แล้วมาใช้เนื้อเยื่อธรรมชาตินั้น เพราะการเสริมด้วยซิลิโคนที่ปลายจมูกในระยะยาวอาจเกิดการทะลุหรือบางลงของผิวหนังที่ปลายจมูกได้ ส่วนข้อจำกัดการนำวัสดุธรรมชาติมาเสริมนั้นจะต้องใช้เวลานาน มีราคาสูง ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมา คุณหมอเองก็ใช้เทคนิคนี้ในการผ่าตัด ทั้งคนไข้ที่มาแก้ไขปัญหาหรือกรณีที่มาเสริมจมูกเป็นครั้งแรกด้วย

เสริมซ้ำซาก ทำเอาจมูกทะลุ !

99% จะเกิดขึ้นที่ปลายจมูก เพราะถือเป็นจุดที่ได้รับการกระทบกระเทือน มีความตึงของผิวหนัง และบอบบางมากที่สุดซึ่งสาเหตุนี้ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับทักษะทางการแพทย์แต่จะขึ้นอยู่กับเนื้อเยื่อที่ไม่สามารถทนกับซิลิโคนได้ต่างหาก เมื่อศัลยแพทย์ ไม่มีการเปลี่ยนเทคนิค ปัญหาเหล่านี้ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้อีกจึงแนะนำว่าควรเปลี่ยนการเสริมจากซิลิโคนมาเป็นวิธีการใช้เนื้อเยื่อจากธรรมชาติที่ปลายจมูก น่าจะปลอดภัยกว่า โดยผิวหนังจะยืดตัวตามกระดูกอ่อนได้ดีจึงไม่มีการบางลงในระยะยาว 

จมูกเบี้ยว เอียง ไม่เป๊ะ !

สาเหตุคือ ซิลิโคนไม่มีความพอดีกับบริเวณของสันจมูก ถ้าเหลาซิลิโคนไม่พอดีกับฐานจมูกของคนไข้จะมีปัญหาเรื่องการมองเห็นเป็นสันแท่งหรือการล้มของซิลิโคนได้ ส่วนซิลิโคนบางชนิดที่มีขาเป็นรูปตัว L แบบนี้จะต้องระวังเป็นพิเศษ หากวางผิดบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ก็จะทำให้เกิดการเอียงไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ สุดท้ายมาจากโครงสร้างจมูกของคนไข้เอง ส่วนใหญ่แล้วมากกว่า 90% จมูกคนเรามีการเอียงเป็นธรรมชาติอยู่แล้วประมาณ 5-10 องศา ซึ่งทางศัลยแพทย์ควรที่จะตรวจสภาพของจมูกเสียก่อน และแจ้งกับคนไข้ให้ทราบก่อนเข้ารับการรักษาด้วย                           

อีกสาเหตุหนึ่ง คือ ซิลิโคนที่มีความยาวเกินไปจะทำให้จมูกเอียงอย่างสมมติว่าฐานจมูกคนไข้มีความยาว 5 ซม. แต่เหลาซิลิโคนยาวกว่า นี้จะทำให้เกิดแรงบีบที่ปลายซิลิโคนมาก มักพบในกรณีที่จะพยายามดันปลายออกเพื่อทำจมูกหยดน้ำ ซึ่งนอกจากมีการทะลุแล้วยังอาจเกิดการบิดตัวของซิลิโคนด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสให้จมูกมีความบิดเบี้ยว เอียงได้ จึงต้องเหลาซิลิโคนให้มีความพอดี

พิษพังผืด…!! ฉีดสารซิลิโคนเหลว                                                                                                                                         

การรักษาทำได้ยากมาก หากรักษาโดยการขูดออกอาจจะทำให้เนื้อเยื่อจริงบาดเจ็บได้ แพทย์บางท่านอาจจะฉีดยาพวก

สเตียรอยด์เข้าไปเพื่อการสลายพังผืด ซึ่งข้อเสียนั้นจะทำให้เนื้อเยื่อดีของเราหายไปด้วย แต่ซิลิโคนเหลวยังคงอยู่ และมีการอักเสบ แต่จะมีการยุบลงบ้าง ซึ่งไม่แนะนำการรักษาโดยการใช้สเตียรอยด์ฉีด Modify ปรับแก้ ให้ตรงจุดถูกเป้า

การปรับเปลี่ยนใหม่นั้นจะต้องหาสาเหตุก่อนว่าเกิดจากสิ่งใดอย่างเช่น การบางของผิวหนังที่ปลายจมูก หากจมูกยังไม่ทะลุก็ควรจะเปลี่ยนเป็นกระดูกอ่อน การแก้ซิลิโคนเอียง ก็ต้องวิเคราะห์ว่าเกิดจากซิลิโคนเดิมหรือโครงสร้างธรรมชาติเป็นอย่างไร

ปรับแก้ตาดั่งวัยสาว แต่ยังไม่พอใจ ด้วยเหตุใด ?

ในกรณีอายุน้อยมักมาปรึกษาทำตา 2 ชั้นแต่ในช่วงอายุมากขึ้นก็จะมาด้วยปัญหาหนังตาตก ถุงใต้ตา รอยเหี่ยวย่น เป็นต้น แต่เมื่อคิดที่จะแก้ในส่วนของดวงตาย่อมถือมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นส่วนที่มีความบอบบาง อ่อนโยนเป็นพิเศษ จึงขอหยิบยกกรณีปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้หลังรับการปรับแต่งในแต่ละกรณีไป

ชั้นตา 2 ข้างมีความไม่เท่ากัน โดยปกติก่อนผ่าตัดจะตรวจก่อนว่าปริมาณผิวหนัง ไขมันตา และขนาดชั้นตาทั้ง 2 ข้างเท่ากันหรือไม่อีกปัจจัยหนึ่งเป็นผลของการหย่อนของคิ้ว เพราะคิ้วคนเราข้างซ้ายและขวาอาจมีการตกที่ไม่เท่ากัน บางครั้งศัลยแพทย์ผ่าตัดคนไข้ในท่านอนคิ้วจะมีการคลายตัวไปทางด้านบน ซึ่งทำให้มองดูว่าชั้นตาเราเท่ากัน ดังนั้นในการวัดชั้นตาควรวัดในท่านั่งเสมอจึงจะเห็นตำแหน่งของคิ้วที่ถูกต้องว่ามีผลใดๆ แก่ชั้นตาเพียงไหน หลังผ่าตัดชั้นตา หากชั้นตาไม่เท่ากัน อาจมีสาเหตุตั้งแต่การตัดแต่งหนัง และไขมันไม่เท่ากัน การบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อในการลืมตาหรือคิ้วตกไม่เท่ากันอยู่ก่อน การแก้ไขก็สามารถผ่าตัดซ่อมแซมไปตามสาเหตุดังกล่าว

เปลือกตาล่างพลิกลง อาจเพราะตัดผิวหนังมากเกินไป หรือคนไข้ในบางรายมีความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อตาอยู่แล้วศัลยแพทย์ไม่ได้ตรวจอย่างละเอียดก่อนการรักษา การแก้ไขจึงต้องผ่าตัดกระชับเอ็นของเปลือกตาล่าง                                                     

ความเสี่ยงเสริมเต้านมจากซิลิโคนภัยที่พึงระวัง !

การเสริมหน้าอกเป็นสิ่งที่นิยมกันมากในหมู่สาวๆ อกเล็กโดยสิ่งที่นำมาใช้ในการปรับแต่งคงหนีไม่พ้นถุงซิลิโคน (ถุงเต้านมเทียม) ทีนี้มาดูว่าปัญหาต่างๆ หากเกิดขึ้นจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

การมีพังผืดรัดถุงเต้านมเทียม ทำให้เกิดหน้าอกแข็ง แก้ไขโดยการผ่าตัดเลาะพังผืดออก และเปลี่ยนถุงซิลิโคนใหม่หรือในบางรายที่เป็นซ้ำๆ อาจจะต้องผ่าตัดนำถุงเต้านมเทียมออก

ซิลิโคนไม่ได้ระดับเดียวกัน อาจจะสูงหรือต่ำไป แก้ไขด้วยการผ่าตัดปรับระดับซิลิโคนให้มีระดับที่เท่ากัน แลดูให้เป็นธรรมชาติ

ซิลิโคนคลำได้เป็นริ้วหรือมองเห็นลอนของซิลิโคน เป็นปัญหาที่แก้ไขยากที่สุด เพราะเกิดจากกล้ามเนื้อหรือผิวมีความบาง การรักษาจึงมักต้องผ่าตัดใส่ใต้กล้ามเนื้อหรือการฉีดไขมันเพื่อเสริมความหนาของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น เป็นต้น

การติดเชื้อหลังผ่าตัด รักษาโดยการฉีดยาปฏิชีวนะหรือการผ่าตัดนำถุงเต้านมเทียมออก เมื่อเนื้อเยื่อดีขึ้นหายอักเสบประมาณ 3-6 เดือนแล้ว จึงสามารถผ่าตัดได้ใหม่

อีกประเด็นในเรื่องหน้าอกที่มักพบจากการผ่าตัดลดขนาด  และผ่าตัดยกกระชับให้เต่งตึงเลยนั่นคือรอยแผลเป็นอาจจะเป็นในรูปรูกุญแจหรือเป็นตัวทีหัวกลับ ซึ่งแพทย์ควรแจ้งให้คนไข้ได้ทราบก่อนถึงลักษณะแผลเป็นที่อาจจะเกิดขึ้น และหากแผลเป็นนูน หรือสีเข้มสามารถรักษาโดยการฉีดยาสเตียรอยด์ หรือเลเซอร์ได้

Before & After ดูไว้จะได้ไม่คาดหวังเกินไป

ภาพก่อน และหลังทำถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในการให้คนไข้ดูเพื่อประเมินว่าผลลัพธ์ที่ได้หลังการรักษานั้นมากน้อยเพียงใด ซึ่งทุกครั้งแพทย์ควรทำการสอบถามทางคนไข้ก่อนว่า มีความคาดหวังในขนาดหรือรูปทรงอย่างไร     

ศัลยแพทย์ ต้องเคียงคู่ศาสตร์ศิลป์

ต้องมีควบคู่กันอย่างมากเลย ซึ่งจะต้องมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของศัลยกรรมตกแต่งความงามให้มาก  และต้องมีความเข้าใจในศิลปะด้วยเพราะศิลป์นี้เปรียบเสมือนเป้าหมาย (Goal) ศาสตร์หรือเทคนิคผ่าตัดต่างๆ เป็นเครื่องมือที่ทำให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้ที่ทำงานด้านศัลยกรรมความงามที่ดีจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพราะการรักษา

ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอยู่ตลอด

งานแก้ ไม่ง่าย แต่ไม่ถึงกับยาก !

ถ้าจะพูดว่าอวัยวะส่วนใดแก้ยากนั้นก็ไม่ใช่ เพราะจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ และปัญหาที่จะพบเจอในแต่ละคนไข้มากกว่า แต่หากทำศัลยกรรมจากที่อื่นมาแล้วไม่มีความพึงพอใจ แล้วมาพบให้แพทย์อีกท่านหนึ่งแก้ไขนั้น เรียกได้ว่างานหินกันเลยทีเดียว เพราะจะต้องทำการพูดคุยตรวจสอบประวัติสิ่งที่คนไข้รักษามาว่า มีการผ่าตัดกับทางศัลยแพทย์เดิมนั้นอย่างไรบ้าง ประกอบกับความรู้ความชำนาญของศัลยแพทย์ที่จะแก้ไขด้วยก็จะสามารถ ทราบสาเหตุของปัญหาได้จากการตรวจร่างกาย ถึงกว่า 90% เลย ซึ่งก่อนทำการผ่าตัดแก้ไขหมอต้องทราบให้รู้แน่ชัดเสียก่อน รวมถึงวางแผนด้วยจึงจะสามารถแก้ไขงานอย่างตรงจุด และประสบผลสำเร็จได้ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ในการผ่าตัดเคสมาจำนวนมากพอจึงจะสามารถประเมินได้ดี

คนไข้คาดหวังไม่ตรงกับผลลัพธ์ แพทย์ชี้แนะอย่างไร

อันดับแรกขั้นตอนในการปรึกษาควรจะพูดคุยกับทางคนไข้เสียก่อนถึงผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ แต่บางครั้งคนไข้อาจจะมีความคาดหวังที่ไม่ตรงกับแพทย์จึงควรอธิบายให้คนไข้เข้าใจถึงข้อจำกัดต่างๆ แต่บางกรณีเกิดความผิดพลาดในการผ่าตัดแก้ไข ทางศัลยแพทย์ควรมีการปรับแก้ รักษาซ้ำเพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

EXPERT SAYS :

นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์

ศัลยแพทย์ตกแต่ง (Director of PSC clinic)

การตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรมนั้นควรพิจารณาจากศัลยแพทย์ โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรงรวมทั้งศึกษาถึงผลงานวิธีการรักษาและผลข้างเคียงที่ตามมาด้วย ไม่ว่าจะทางเว็บไซน์หรือเข้าพบปรึกษาแพทย์ ถึงผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับเสียก่อน อีกทั้งการเลือกสถานที่ในการผ่าตัดให้มีมาตรฐานด้วย