อยากเปิดคลินิกความงาม

คุณสมบัติที่จะสร้างความสำเร็จคืออะไร

ธุรกิจที่คนมากมายใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของคือการเปิดคลินิกความงาม มีผู้ที่เข้ามาลงทุนประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก คุณสมบัติที่สร้างความสำเร็จของคลินิกความงามเหล่านี่ต้องมีอะไรบ้าง
Expert talk โดย หมอเส CEO โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ และ โจนาธาน โอแกน Business Coach ที่ปรึกษาธุรกิจคลินิก
 

โจนาธาน : จากที่ผมได้มีโอกาสเจอคุณหมอเยอะในวงการ ผมคิดว่าผมเป็นหนึ่งในคนที่เจอหมอเยอะที่สุด เจอแล้วได้เข้าไป discuss เรื่องแผนธุรกิจ เรื่องแผนการตลาด ผมมีภาพเลยแต่ละคนว่า ทำยังไงถึงประสบความสำเร็จหรือ fail เราจะเก็บความรู้มา แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเจอนี้นะครับ ทำตามตำราเลยที่ success เราสอนไปก็มีตัวอย่าง แล้วคุณหมอเป็นหนึ่งใน case study ที่ผมนำมาให้ลูกศิษย์ดู คุณหมอเป็น success story นะครับ เป็นปรากฏการณ์มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดเร็วมาก ผมก็มา break down แล้วก็ดู ธุรกิจของคุณหมอเสมอ วิธี Apply เก่งมากเลย เรียกได้ว่า ในบรรดาคุณหมอที่ผมคุย ผมว่าคุณหมอเป็นคนที่ผมชอบคุยมากด้วย ที่นี้จะกลับมาว่า คุณหมอเสมีคุณสมบัติอะไร ที่ทำให้คุณ success มาก อาจจะเป็นประมาณว่ามันไม่ใช่เรื่องของการแพทย์ มันมีองค์ประกอบหลายตัว ผมเลยอยากให้มาแชร์ โดยส่วนตัว รวมถึงคุณหมอหลายๆท่านที่ปรึกษาคุณหมอ อยากให้คุณหมอพูดว่าต้องมีอะไรบ้าง นอกจากเป็นแพทย์อย่างเดียวที่เข้ามาในธุรกิจนี้แล้ว ถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ?

คุณหมอเส : ผมขออนุญาตแชร์แล้วกันนะครับ แต่ก่อนที่จะแชร์ผมขออนุญาตถามความเห็นพี่โจนาธาน อยากรู้ในมุมมองภายนอก ยังของมาสเตอร์พีซโรงพยาบาลของเรา ไป study พี่โจนาธานมองยังไงบ้างครับ เห็นอะไรบ้างจากภายนอกที่มองเข้ามา

โจนาธาน : อย่างในกรณีของคุณหมอที่ผมใช้เป็น case study ผมใช้เป็นเรื่องเรื่องๆของลูกศิษย์แต่ละลาย ในกลุ่มของมาสเตอร์พีซ ผมใช้ case study ในเรื่องของ customer segmentation ผมจะบอกทางลูกศิษย์ผม ให้ไปดูทางมาสเตอร์พีซ การทำสื่อทำ Social Media อันนั้นน่ะเราไม่ต้องไปมองทำถึงอยู่แล้ว แต่เราดูเลยว่ามันมี segmentation ที่ชัดเจน ผมมองแล้วว่าคนที่ทำตรงนี้มีการวางแผนมาแล้ว มี segment ของการวางแผนเจาะกลุ่มลูกค้าที่ถูกต้อง และกลุ่มลูกค้าของคุณหมอก็จะเป็น type แบบนี้ ทำให้คนที่เขามาซื้อเขาจะมองว่า ต้องกลับมาซื้อที่มาสเตอร์พีซเพราะว่า เป็นคนกลุ่มเดียวกับเรา ผมเลยมองว่ามาสเตอร์พีซเป็นเรื่องของ segmentation ชัดเจน แต่จริงๆมันมีเรื่องอื่นค่อนข้างเยอะ ผมหยิบเรื่องนี้มาพูดเพราะว่าตรงนี้ เห็นได้ชัดและเป็นคุณสมบัติที่ชัดเจนแล้วว่า ทางคลินิกโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ segmentation เขาชัดเจนนะ นี่คือหนึ่งใน Key Success Factor จากมุมที่ผมมองของการทำตลาดของคุณชัดเจนซึ่งสำคัญมากครับ วันนี้คุณหมอก็ต้องมองว่าในฐานะที่คุณหมออยู่ในธุรกิจนี้ และคุณหมอเป็นกลุ่มคนที่ success มากๆ มันต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างครับ จากประสบการณ์ของคุณหมอ นับตั้งแต่คุณหมอฝึกงานเข้ามาทำงานในคลินิกคุณหมอผ่านมาแล้วทุกประสบการณ์อะไรที่ต้องมี เข้าไปในธุรกิจนี้ต้องมีอะไรบ้างครับ?

คุณหมอเส : ผมขออนุญาตอธิบายอย่างนี้นะครับ ตั้งแต่เราจบใหม่ เป็นเด็กฝึกงาน ตั้งแต่หมอฝึกงานมาเป็นหมอใหม่ จากหมอใหม่มาเป็นหมอมีประสบการณ์ จากหมอมีประสบการณ์มาเป็น speaker จาก speaker มาเป็นเจ้าของธุรกิจคลินิก จากเจ้าของธุรกิจคลินิกเป็นเจ้าของโรงพยาบาล จากเจ้าของโรงพยาบาลเป็นแค่นักบริหาร จากนักบริหารถอยตัวมาอีกเป็นเรื่อง investor เป็น mentoring หรือ coaching ทั้ง 9-10 กระบวนการนี้ จริงๆแต่ละอันใช้ skill ค่อนข้างแตกต่างกัน มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า Grit ความสุขและอดทน เรื่องของ perseverance consistency พวกนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องของความอดทนและถึกนะครับ ต้องเล่าให้ฟังว่า จริงๆตั้งแต่ผมเปิดคลินิก 3 ปีแรกจะไม่ออกจากคลีนิคเลย นอนอยู่ชั้นบน ทำงาน 9:00-22: 00 น. ในเชิงของลูกค้าหรือคนไข้ จาก 22:00- 04:00 น ผมจะเริ่มทำ timing ใส่อีเมล ร่างแผนการตลาด ร่างแผนว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้ามาจะสั่งอะไร และเริ่มทำงานในเชิงนั้น คือหมวกของแพทย์อันหนึ่ง หมวกของการเป็นคนบริหารและการตลาดอีกหมวกหนึ่ง ตรงนี้จะวิ่งคู่กันเสมอ เพราะฉะนั้นหมวกแพทย์ทำกลางวัน หมวกบริหารทำกลางคืน อันที่ 2 ที่ผมต้องบอกคือ จากครั้งก่อนที่พี่โจนาธานเคยสัมภาษณ์ ผมพึ่งนึกออกว่า ตั้งแต่อดีตผมเรียนอะไรมาบ้าง ตั้งแต่ผมสมัยเรียนแพทย์มีโอกาสไปฝึกงานโรงแรม 5 ดาว 6 ดาว ฝึกงานหนังสือพิมพ์ เรียนจบบัญชีการเงิน การเข้าตลาด activity ต่างๆ ดำน้ำ ยิงธนู ตีกอล์ฟ ถ่ายรูปพวกนี้จริงๆเกี่ยวหมดเลยนะครับ ตั้งแต่การถ่ายรูปรู้มุมกล้องต่างๆ เรียนการขาย เรียนการพูด เรียน Speed IQ ,Autogenic ,Hard Skill และ Soft Skill พวกนี้จริงๆถ้าขมวดให้เหลือคำเดียวเขาเรียกว่า ‘วาไรตี้(variety)’ คือการรอบรู้ต่างๆ สำคัญมาก มากกว่าเรื่องของแพทย์ครับ

โจนาธาน : นอกจากนี้ต้องมีอะไรอีก เช่นด้านธุรกิจ อย่างที่คุณหมอเข้ามา Apply จน success เพราะอย่าลืมว่า ที่คุณหมอพูดมาทั้งหมด ใช้เวลาแค่ 10 ปี จากจบจนกระทั่งมาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลมันเร็วมากนะครับ ถ้าเทียบกับเจ้าอื่นรายใหญ่ๆ แล้วคุณหมอเข้ามาตลาดก็ไม่ใช่ว่าเป็นผู้บุกเบิก มันก็ไม่ใช่ คุณหมอเข้ามาตอนตลาดเริ่มตึงแล้ว แต่คุณหมอยังไต่เต้ามาได้ คุณหมอคิดว่าคุณสมบัติอะไรที่มี และสามารถแชร์กับคุณหมอท่านอื่น คุณกำอันนี้นะแล้วคุณจะ success?

คุณหมอเส : ที่ผมกำอยู่ หนึ่งคือ ความอดทน คือถ้าเราไม่เก่งขาด skill เรามีความอดทนและเราฝึกยังมี skill ได้ และ skill บวกกับความอดทน ทำต่อไปเรื่อยๆจะกลายเป็น expert ได้ สอง คือ ผมไม่ได้หยุดเลย ผมยกตัวอย่างผมมีนาฬิกา อันนี้เป็น DNA ของผม ขออนุญาตยกตัวอย่างสำคัญมากนะคะ เขาเรียกว่าเป็น visual timer นะครับ ของผมจะมีอีกอันหนึ่งคอยจับเวลา 5 นาที เพราะฉะนั้นตลอดเวลาที่ผมทำงานขนาดเวลาที่ผมนั่งทำงานเอง ทุกงานผมจะตัดสินใจ 5 นาที เรื่องของเวลานะครับ ถ้าเกิดอยากศึกษาดีๆที่เป็นคุณสมบัติหลักๆ เคยได้ยินและรู้จักคำว่า ‘seven habits’ (The Seven Habits of Highly Effective People) ไหมครับ มันเป็นคุณสมบัติของคนที่สำเร็จทั่วโลก เขาเจอว่ามันมี 7 อุปนิสัยที่เหมือนกันของ สตีเฟน อาร์ โควีย์ (Stephen R. Covey) ถ้าในเมืองไทยก็ไปเรียนที่ สถาบัน Pacrim ได้ เนื่องจาก The Seven Habits ผมใช้มาตั้งแต่เด็ก ยกตัวอย่างคุณสมบัติเขาจะ proactive คิดล่วงหน้านะครับ การคิดว่าเรามีส่วนร่วมกับปัญหานี้ เช่นแทนที่จะเกิดปัญหาขึ้น แทนที่ชี้โทษคนอื่น แล้วเราปรับปรุงตัวเองอะไรได้อีก การคิดแบบ win-win situation คนอื่นต้อง win อะไร รวมถึงอุปนิสัยที่ 7 เราต้องลับเลื่อยเราอยู่เสมอ พวกนี้มันเป็นคุณสมบัติ ผมว่าจริงๆอันนี้รวมอยู่ใน The Seven Habits ครับ อันนี้ผมแนะนำ เป็นหนังสือที่ทุกคนในองค์กรเราจะต้องอ่าน

โจนาธาน : ที่ผมเจอเวลาที่ผมฟัง ผมพูดตรงๆว่าลูกศิษย์ผมเป็นหมออย่างนี้ หมอส่วนใหญ่ที่ fail คือหนึ่งไม่เคยทำธุรกิจ อันนี้เรื่องหลักไม่วางแผน เวลาเขา fail สิ่งที่หมอทำคืออะไรรู้ไหมครับ เขาไปเรียน specialty ต่อ พอดีขายไม่ค่อยดี จะไปเกาหลีแล้วจะไปเรียนเพิ่ม ผมเจอท่านหนึ่งเป็นอาจารย์หมอเลยมาเรียนกับผม ผมก็บอกคุณหมอว่าคุณหมอครับข้างฝาคุณหมอ certification ทั้งหมด เต็มฝาแล้วถ้าคุณทำแล้วไม่ success คุณไปเรียนอะไรเพิ่มมันก็ไม่ success หรอกครับ ใบเดียวก็พอแล้วครับ จะเรียนอะไรกันนักกันหนาเสียเวลา ผมก็เข้าใจเพราะว่า คนที่จบแพทย์มานี้คือ เป็นคนที่เรียนเก่งชอบเรียน และความประสบความสำเร็จในชีวิตของคุณหมอส่วนใหญ่มาจากการเรียน สมัยมัธยมเรียนเก่งคนที่จะเข้าแพทยศาสตร์ได้ ต้องเรียนเก่งหัวกะทิ ข้อสอบ Entrance เข้าไปก็เก่ง success ความสำเร็จในชีวิตนี้มาจากการศึกษา เพราะฉะนั้นเวลาที่ fail ต้องไปเรียนต่อเพิ่ม certification โดยที่ไม่รู้ว่าที่คุณเรียนมา ตลาดมีความต้องการหรือเปล่า มันก็ไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ คุณสมบัติทางด้านการแพทย์คุณควรจะโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดูตลาดแล้วทำอย่างเดียวพอ ถ้ารักษาสิวเก่งก็รวยแล้ว ไม่ต้องทำอะไรหลายอย่าง บางคนทำเยอะแยะไปหมด มันไม่โฟกัส ปัจจุบันผมคิดว่าเรื่องของการโฟกัสมีความสำคัญ ผมจำได้เลยตอนที่คุณหมอเข้ามา คุณหมอทำ branding ตัวแรกที่ดังมากๆเลยก็คือ ตัว Celebrity Eyes คนจำคุณหมอได้ตรงนี้ เราไม่พูดว่า specialty เราพูดว่าคนจดจำแบรนด์คุณได้จากตรงไหน เพราะฉะนั้นอันนี้คือจุดที่สำคัญที่สุดเลย หมอคนนี้ทำเรื่องนี้ ทำเรื่องเดียวพอไม่ต้องทำเยอะ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วเวลาที่คุณหมอคนอื่นมาแนะนำ นอกจากเรื่ององค์ความรู้ต่างๆรอบด้าน แล้วคุณหมอให้คำแนะนำอะไรอีกครับ?

คุณหมอเส : ผมว่าอย่างหนึ่งที่ผมเจอก็คือ ทุกอย่างในโลกนี้ เราไม่ใช่คนที่เจอคนแรก เพราะฉะนั้นให้ทุกคนหาผู้รู้ ผมขมวดไว้อย่างนี้ว่า ไม่แปลกที่พี่โจนาธานบอกว่า เวลาคุณหมอหลายท่านมาปรึกษาพี่โจนาธานแล้วบอกว่า จะไปเรียนอะไรต่อดี เพื่อทำให้ผมสำเร็จใช่ไหมครับ เพราะว่าเขาเรียกว่าซอฟต์แวร์ ยกตัวอย่างอันนี้คือแผ่นดิสก์ หรือ USB Drive พอเวลาเจอปัญหาโดยเฉพาะธรรมชาติคนเราก็จะวิ่งเข้าหา สิ่งที่คิดว่าทำให้เราเอาตัวรอดได้ ไม่แปลกครับ เวลาคุณหมอหลายๆท่าน ตั้งแต่สมัยอดีตตอนเรียนใช่ไหมครับ พอเวลาเกิดปัญหากลัวจะล้มเหลว สิ่งที่แก้ไขคืออ่านหนังสือเยอะๆ คือการมีอะไรให้อุ่นใจ เพราะฉะนั้นรูปแบบอะไรที่เกิน 3 ครั้งเขาเรียกว่าเป็น Pattern ก็จะใช้ Pattern ในการแก้ปัญหา อย่างผมเองผมถนัดใช้หนังสืออย่างนี้ ในการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นเมื่อผมไม่รู้อะไรผมจะ Search หาหนังสือมาอ่าน เช่นการบริหารคนผมก็จะทำอย่างนี้ อันหนึ่งที่ผมจะชวนให้คิด คือเปลี่ยนซอฟต์แวร์ดู ซอฟต์แวร์ที่เคยใช้ในอดีตอาจจะไม่ใช่ซอฟต์แวร์ปัจจุบันแล้ว อันนี้ผมลองคิดซอฟต์แวร์ในการแก้ไขปัญหา อีกส่วนหนึ่งในการที่จะทำให้สำเร็จ ในด้านการตลาด อย่างหนึ่งจะต้องตัดคือความชอบของตัวเราออกก่อน ถ้าเป็นภาษาพูดก็ตัดพวกอีโก้ (Ego) แต่ความชอบของเรา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมสอนกับทีมงาน หรือพนักงานผมเสมอ หรือทีมผู้บริหารผมเสมอว่า ถ้าตราบใดก็ตามคุณมีความชอบ เช่น ฉันอยากจะทำอันนี้ เก่งอันนี้ อยากทำจุดนั้น เพราะอยากหาเหตุผล คุณกำลังเข้าใจผิดแล้ว เรากำลังขายของลูกค้าเราไม่ได้ขายตัวเอง ฉะนั้นจะต้องตัดความชอบออกให้หมด ไร้ซึ่ง emotional ถ้าภาษายุคใหม่ ถ้าไปดูหนังเรื่อง ‘How To Ting’ เด็กอินดี้ เด็กยุคใหม่จะบอกว่า อย่าอีโม! อย่า emotional ให้ตัดเรื่อง Emotional ออก แล้วสุดท้าย เราจะเลือกในสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างเรื่องสุดท้ายอย่างเช่นการตลาดก็ตาม ผมจะไปเขียนแปะไว้ข้างฝาเลยว่า การตลาดคือ “การต่อยอด เพิ่มค่าและหาจุดต่าง” ต่อยอดคืออะไร เช่น ต้นไม้ยอดเท่านี้ เราต้องไปต่อยอดเขา แล้วก็เพิ่มค่าของมันว่าตรงนี้มีคุณค่ายังไง แล้วหาจุดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่อย่าไปคิดว่าฉันอยากทำอันนั้น ซึ่งมโนตลาดขึ้นมาเอง หรือยังไม่รู้ว่ามีตลาดรองรับหรือเปล่า ขอบคุณครับ ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์หรือเปล่านะครับ

โจนาธาน : เป็นครับ เพราะว่าคุณหมอก็ต้องแชร์ คนที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ต้องมาดูต้องมี role model ผมมองว่ามันเป็นการแชร์จากผู้ที่มีประสบการณ์และ success ในตลาดนี้ และให้คำปรึกษาค่อนข้างเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นแนวทางคุณหมอ ผมคิดว่าคุณหมอหลายๆท่านก็ต้องนำไปศึกษา การทำธุรกิจนี้ถ้าคุณเข้ามาแล้วคุณพลาด ความเสียหายมันจะรุนแรงมากนะครับ ผมใช้เลยสำหรับลูกค้าผมคุณเข้ามานี้คือ Ten Million Baht Mistake เลย 1 ปีเกลี้ยงครับรับรอง ผมกล้าท้าเลย 10 ล้านคุณหายหมด เพราะฉะนั้นเราพยายามที่จะ prevent ไม่ให้คน ทำจุดผิดพลาดเหล่านี้ ซึ่งสิ่งที่คุณหมอแชร์มานี้ คุณหมอหลายๆท่านก็ควรจะนำไปศึกษานะครับ เพื่อดูว่ามันโตไหม แล้วคุณจะทำธุรกิจและใช้แนวไหนก่อนที่จะกระโดดเข้ามา แล้วโดยที่คุณไม่รู้คุณสมบัติหรือไม่สร้าง characteristic ของตัวเอง ให้เข้ากับตลาดได้ครับ เรื่องนี้ก็ค่อนข้าง cover แล้ว เดี๋ยวในคลิปต่อไปเราจะพูดถึงจุดอื่นซึ่งต่อยอด เพราะถ้าพูดหมดคลิปนี้จะยาวเกินไปนะครับ เราจบแค่นี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

 

ทางลัดสู่ความสำเร็จ

คอร์สอบรมธุรกิจ

คลินิกความงามทำเงิน

การเริ่มต้นเปิดคลินิกความงาม
สร้างคลินิกที่ขายดี
ทำการตลาดเพิ่มยอดขายที่ได้ผล

115/10 ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต
กรุงเทพมหานคร 10300

Hotline 081-8058663

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    14 + 4 =