กระแสเกาหลีนับว่ามาแรงและยังเป็นที่นิยมในบ้านเราทั้งจากภาพยนตร์ ละครหรือเพลง K-POP ตลอดจนเรื่องความสวยความงามที่ต้องยอมรับว่าเทรนด์ความสวยแบบเกาหลีนั้นมีอิทธิพลต่อสาวๆ ในบ้านเราอย่างมาก และสำหรับเราๆ ท่านๆ ที่เห็นดารานางแบบหรือนักร้องชาวเกาหลีตามสื่อต่างๆ นั้นคงจะสังเกตได้ว่า สาวๆ แดนกิมจินอกจากจะหน้าเป๊ะหุ่นดีแล้ว พวกเธอยังมีผิวฉ่ำเป็นประกายหน้าใสเด้งมีออร่ากันเหลือเกิน จนสาวไทยอย่างเราๆ ได้แต่อิจฉาและอดสงสัยไม่ได้ว่าสาวๆ เกาหลีเขาทำอย่างไรให้ผิวหน้าดูแวววาวได้แบบนั้น

ผิวหน้าที่ดูฉ่ำ Glow Dewy แวววาว (ที่ดูๆ ไปก็คล้ายคนหน้ามัน) นับว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวเกาหลีกันอย่างมาก เพราะในบ้านเขามองว่าผิวหน้าแบบนี้แหละที่สวยเป๊ะ! ผิวจะแลดูมีสุขภาพดีหน้าไม่แห้งกร้าน วันนี้เรามีเคล็ดลับความงามของผิวที่ช่วยให้คุณปรับผิวตัวเองให้สวยเด้งในแบบฉบับสาวเกาหลีกันได้ ไปดูกันเลยค่ะ

คุณรู้สภาพผิวหน้าของตัวเองหรือยัง?

พื้นฐานผิวแต่ละประเภทก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ผิวที่ดีที่สุดคือผิวที่มีความสมดุลเป็นธรรมชาติ เพื่อการดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม เราจึงควรรู้ถึงภาพผิวของตนเองและรู้ข้อดีข้อเสียเพื่อการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง

  • ผิวธรรมดา นับเป็นผิวที่ใครๆ ย่อมต้องการ ลักษณะผิวเรียบเนียนเห็นรูขุมขนไม่ชัดไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผิวแห้งหรือมันจนเกินไป ปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือสิวจึงดูห่างไกลสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดา แต่ถ้าอากาศหนาวเย็นหรือร้อนมาก ก็อาจทำให้ผิวแห้งลอกหรือมันได้
  • ผิวผสม เป็นสภาพผิวอีกประเภทหนึ่งที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ เพราะจะมีผิวมันและมองเห็นรูขุมขนกว้าง ในบริเวณ ที-โซน (T-ZONE) ขณะเดียวกันก็มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้งบริเวณข้างแก้ม ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ผู้ที่มีลักษณะผิวเช่นนี้จึงดูแลผิวหน้าได้ยาก ปัญหาผิวที่พบได้คือปัญหาสิวบริเวณ หน้าผาก จมูกและคาง และสิวเสี้ยน
  • ผิวมัน เป็นผิวที่มีปัญหามากที่สุด เพราะต่อมไขมันบริเวณใบหน้าจะผลิตน้ำมันออามามากเกินความจำเป็น ทำให้ใบหน้าแลดูมัน รูขุมขนกว้างฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจึงมาเกาะที่ผิวได้ง่ายขึ้น ที่ร้ายไปกว่านั้นต่อมไขมันอาจอุดตันขึ้นได้ และมักมีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนและเป็นสิวได้ง่าย
  • ผิวแห้ง มีสาเหตุเนื่องมาจากต่อมไขมัน ผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาน้อย ข้อดีก็คือทำให้รูขุมขนของคุณไม่กว้างและผิวดูละเอียดกว่าผู้ที่มีผิวมัน แต่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดความแห้งกร้านและระคายเคืองมากกว่าผิวประเภทอื่นซึ่งอาจนำมาสู่ริ้วรอยจึงจำเป็นต้องได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ

รูขุมขนกว้าง ปัจจัยที่ทำให้ผิวไม่ใสเด้งสาเหตุของรูขุมขนกว้างมีด้วยกันหลายอย่าง มักพบในผู้ที่มีผิวหน้ามันหรือผิวผสม เช่น คนผิวหน้ามันจะมีต่อมไขมันสร้างน้ำมันออกมามากทำให้ต้องมีรูขับออกที่กว้างที่บริเวณผิว ทำให้มองเห็นว่ารูขุมขนหยาบใหญ่ ผิวไม่ละเอียดซึ่งอาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์ อีกปัจจัยหนึ่งคืออายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายลดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน เพราะเนื้อเยื่อคอล-ลาเจนใต้ผิวมีหน้าที่ทำให้ผิวแน่นกระชับ เนื้อเยื่อเหล่านี้จะเสื่อมตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการกระชับและทำให้ผิวดูเต็มตื้น รูขุมขนดูเล็กนั้นมันลดน้อยลงไป จนสามารถทำให้เห็นรูขุมขนชัดเจน

สาวไทยอยากหน้าฉ่ำแบบสาวเกาหลีต้องทำยังไง

จริงๆ แล้วคนไทยและคนเกาหลีก็มาจากพื้นฐานเดียวกันซึ่งคือมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของความเป็นคนเอเชีย ส่วนเรื่องของผิวพรรณนั้นคนไทยและคนเกาหลีอาจจะมีสภาพผิวที่แตกต่างกันอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายนัก เนื่องจากเชื้อชาติและภูมิประเทศที่อยู่หรือสภาพอากาศแตกต่างกันนั่นเอง ส่วนกระแสนิยมที่ต้องการทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำแวววาวนั้น ปัจจัยสำคัญเลยคือผิวต้องมีความชุ่มชื้นและมีความฉ่ำน้ำ นั่นก็คือผิวคนเราควรจะมีความชุ่มชื้นที่เพียงพอไม่แห้งมากไปหรือมันเกินไปนั่นเอง

เติมน้ำให้ผิว

เพื่อให้หน้าใสและชุ่มชื้นหากคุณอยากมีผิวหน้าฉ่ำ ชุ่มชื้น มีวิธีการทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาแก้ไขได้โดยการเติมสารบางชนิดซึ่งช่วยอุ้มน้ำใต้ผิวให้มากขึ้น เพราะคนเราเวลาอายุเพิ่มขึ้นผิวก็จะขาดความชุ่มชื้นไปเรื่อยๆ ฉะนั้นการปรับให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ผิวนั้นดูมีสุขภาพที่ดี โดยวิธีการคือแพทย์จะมีเครื่องมือที่ใส่อณูของสารอุ้มน้ำใต้ผิวลงไปในผิวในปริมาณน้อยแต่กระจายทั่วผิว เพื่อให้เกิดความชุ่มฉ่ำทั่วใบหน้า ในเวลาเดียวกันก็จะทำให้รูขุมขนกระชับแลดูเล็กลง เพราะเมื่อสารเหล่านั้นลงไปสู่ใต้ผิวก็จะช่วยอุ้มน้ำเอาไว้ทำให้ผิวเต็มตื้นมากขึ้น


เปลี่ยนผิวหน้าให้เรียบเนียนแบบมีออร่า

การรักษาผิวให้ละเอียดเนียนขึ้นนั้นต้องทำให้การทำงานของต่อมไขมันไม่งานมากเกินไปเสียก่อน เพื่อลดความมันบนใบหน้า ดังนั้นจึงต้องพึ่งผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยหรือเครื่องมือที่ช่วยให้ต่อมไขมันทำงานน้อยลง เป็นจำพวกกลุ่มเลเซอร์ต่างๆ รวมถึงใช้เครื่องมือที่ช่วยให้คอลลาเจน หรือ

อิลาสตินใต้ผิวเกิดการกระชับตัวและหนาแน่นขึ้น  ในส่วนของผิวชั้นบนก็ต้องไม่มีความหยาบกร้านซึ่งสามารถทำได้โดยการผลัดผิวเบาๆ เพื่อให้ชั้นขี้ไคลด้านบนค่อยๆ หลุดออกไปบ้าง ผลลัพธ์คือจะทำให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น การรักษาก็จะเป็นการผลัดเซลล์ผิวด้วยละอองน้ำอ่อนๆ หรือการผลัดเซลล์ผิวด้วยเกล็ดอัญมณี ซึ่งแพทย์จะต้องเป็นผู้เลือกให้เหมาะสมกับผิวของคนไข้ และจะต้องไม่ทำมากหรือบ่อยครั้งเกินไปเพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

รักษาผิวหน้าให้มีสุขภาพดีอวดผิวได้แบบสาวเกาหลี

การรักษาที่นิยมมากก็คือการรักษาที่ทำได้ง่าย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้นและไม่ต้องดูแลระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

  • การผลัดเซลล์ผิว ช่วยทำให้ผิวเนียนใสด้วยอณูละอองน้ำอ่อนๆ เบาๆในเวลาเดียวกันก็ใส่สารและวิตามินลงไปด้วย เป็นเครื่องมือที่สามารถพ่นละอองน้ำความเร็วสูงไปที่ผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน ชุ่มชื้น
  • การยกกระชับ เพื่อเข้ากระตุ้นการทำงานของผิวในการสร้างคอล-ลาเจน ซึ่งที่มาของความตึงกระชับทำให้ประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินดีขึ้น ผลลัพธ์คือริ้วรอยแลดูลดลง รูขุมขนดูเรียบเนียนขึ้น ผิวแลดูกระจ่างขาวใสตึงแน่นกระชับขึ้น แผลเป็นหลุมสิวแลดูลดเลือนลง
  • เติมน้ำให้ผิว เป็นการใส่สารอุ้มน้ำที่มีโมเลกุลเล็กๆ โดยใช้เครื่องมือแพทย์เพื่อเติมลงไปใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูฉ่ำขึ้น แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเติมสารอะไรลงใบที่ผิวเลย ควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่กระตุ้นคอลลาเจน (เพื่อให้ความแน่นกระชับ) อิลาสติน (เพื่อให้ความยืดหยุ่น) และกรดไฮยา-ลูโรนิก (สารอุ้มน้ำใต้ผิว) เพื่อเข้ามาช่วยแก้ปัญหาผิวที่มีริ้วรอย ไม่เรียบเนียน ขาดความตึงกระชับ ตึง และแห้งกร้าน การทำให้หน้ามีสารอุ้มน้ำใต้ผิวนั้น ผิวหน้าจะแลดูชุ่มฉ่ำเนื่องจากความชุ่มชื้นแต่ไม่ใช่หน้ามัน โดยจะเป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างสารอุ้มน้ำด้วยตัวเองได้ อีกทั้งยังช่วยให้หน้าแลดูเต็มตื้นขึ้น ควรทำเดือนละครั้งเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

เคล็ดลับการแต่งหน้าให้ฉ่ำเด้ง เป็นประกายแวววาว

สาวๆ ควรมีพื้นฐานผิวที่ดีก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการแต่งหน้าก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้หน้าดูฉ่ำ แวววาว ตามกระแสเกาหลีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ฉะนั้นเทรนด์หน้าฉ่ำแบบสาวเกาหลีนอกจากพื้นฐานผิวหน้าที่ดีแล้ว การแต่งหน้าก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คุณมีผิวที่ดูโกล์ว ฉ่ำเด้ง ผิวแลดูมีสุขภาพดีเริ่มจากการเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของชิมเมอร์อยู่ด้วย เพื่อให้หน้าดูไม่แห้งเกินไป เนื่องจากชิมเมอร์ที่อยู่ในรองพื้นหรือแป้งจะช่วยกระจายแสงได้ดี ทำให้ผิวหน้าดูแวววาวเป็นประกาย เพิ่มด้วยการไฮไลท์เฉพาะจุดเช่น สันจมูก หน้าแก้ม คาง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อแวววาว จะทำให้หน้าแลดูมีมิติและฉ่ำเด้ง  (หากใช้อย่างไม่ระวังอาจจะโดนทักว่าเป็นสาวหน้ามันนะคะ)ส่วนการบำรุงก่อนการแต่งหน้านั้นก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมด้วย เช่น คนผิวมันที่ต้องการให้หน้าดูชุ่มชื้นแต่ไม่มันเกินไป ก็ต้องเลือกครีมบำรุงที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ควรใช้ในรูปแบบของน้ำ (water base) เป็นหลักจะดีกว่า

 

 

EXPERT SAYS : พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แห่งรมย์รวินท์ คลินิก

สรุปโดยรวมก็คือหากต้องการให้ผิวเนียนละเอียด ไม่หยาบกร้าน ควรจะต้องผลัดเซลล์ผิวเป็นระยะๆ ร่วมกับการลดการทำงานของต่อมไขมันเพื่อให้รูขุมขนกระชับและเล็กลง และทำให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนหนาแน่น กระชับขึ้น และหากผิวเกิดมีรอยด่างดำกระดำกระด่างทำให้ผิวดูไม่ใส ก็ต้องพึ่งการรักษาโดยการลดการสร้างเม็ดสีของผิวเพื่อลดความหมองคล้ำของผิวหน้านั่นเอง ที่สำคัญในการการแก้ปัญหาผิวจะต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลผิวด้วย โดยต้องหลีกเลี่ยงสาเหตุที่เป็นการทำร้ายผิวก่อน เช่นแสงแดดจัด การสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์  และดูแลสุขภาพจากภายในโดยการดื่มน้ำให้มากๆ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผัก ผลไม้ไม่หวานมาก อีกทั้งควรออกกำลังกายบ้างเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี ซึ่งที่กล่าวมาเป็นพื้นฐานในการดูแลร่างกายแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดี ส่วนการดูแลผิวหน้านั้นควรใส่ใจเป็นพิเศษเรื่องการล้างเครื่องสำอางเพราะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ควรล้างหน้าให้สะอาดแต่หากล้างมากเกินไปก็อาจทำให้ระคายเคืองได้ และที่สำคัญคือต้องรู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อนเพื่อการดูแลผิวที่เหมาะสม เช่น ผู้ที่มีผิวมันก็ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากเกินไปหรือผู้ที่มีผิวแห้งก็ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลัดผิวมากเกินไป ทั้งนี้การรักษาผิว ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมตรงจุด