ฟิลเลอร์พิเศษสำหรับฉีดคนหน้าตอบ
ตราบเมื่อปัญหาใบหน้าซูบตอย ริ้วรอยร่องลึก ยังคงเป็นปัญหาหนักใจของผู้คนทั่วโลก นวัตกรรมที่มาช่วยเติมเต็ม แก้ไขปัญหา บอกลาความชรา ก็คงไม่หยุดพัฒนาแน่ เช่นเดียวกับปัจจุบันนี้ แม้เราๆ ท่านๆ จะทราบกันดีว่ามีสารฟิลเลอร์ หรือ Hyaluronic Acid ที่ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยลึกได้ผลเลิศ จนฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง  ทว่าตอนนี้คงต้องเงี่ยหูฟังกันดีๆ แล้วล่ะ!! 

เพราะมีสารฟิลเลอร์ ที่มีนามว่า “Sculptra” ซึ่งกำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศผู้นำเทรนด์ความงามของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา และเกาหลีว่ากันว่า นักร้องระดับโลกอย่างมาดอนน่าหรือนักแสดงคนดังแห่งฮอลลีวูดอย่าง ทอม ครูซ ก็ใช้ Sculptra นี่แหละ เป็นตัวช่วยฟื้นฟูผิวที่เหี่ยวย่น ให้กลับเด้งดึ๋ง อิ่มเอิบสวนทางกับอายุอานามที่แท้จริง โอ้ว โด่งดังกระฉ่อนไปทั่วโลกขนาดนี้ Cosmetic เราคงพลาดไม่ได้ ที่จะแนะนำ Sculptra นี้ให้คุณๆ ได้รู้จักก่อนใคร แม้ว่าเหล่าหนุ่มสาวผู้ใส่ใจความสวยความงามบ้านเราจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มผิวนั้นมีหลายชนิด ทว่าอาจจะยังไม่เคลียร์ชัด เราจึงขออนุญาตสรุปความให้ฟังอีกสักที ว่าฟิลเลอร์แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก คือ

1.ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารเติมเต็มที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงในบ้านเราเองก็มีจำหน่ายกันมากมายหลายยี่ห้อ

2.ฟิลเลอร์คอลลาเจน เป็นฟิลเลอร์ชนิดที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบคุณสมบัติของคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิว เมื่อฉีดแล้วจะมีอายุประมาณ 12 เดือน

3. ฟิลเลอร์ชนิดที่ฉีดแล้วสามารถอยู่ในร่างกายได้ถาวร โดยไม่เกิดการย่อยสลาย ฟิลเลอร์ประเภทนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะหากเกิดการผิดพลาดแล้วจะแก้ไขได้ยากมาก

4.ฟิลเลอร์ชนิดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อันได้แก่ Sculptra ที่เราจะกล่าวถึงนี่แหละค่ะ

 

Sculptra คือ ฟิลเลอร์พิเศษสำหรับฉีดคนหน้าตอบ

Sculptra เป็นชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ชนิดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนยี่ห้อหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา (แต่ในบ้านเรายังไม่มีขายนะคะ) ซึ่งแท้จริงแล้วเจ้า Sculptra นี้มีชื่อสามัญว่า INJECTABLE POLY–L–LACTIC–ACID เป็นสารปลอดเชื้อที่ประกอบไปด้วยอนุภาคขนาดจิ๋วของ สารโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่รู้จักกันในชื่อ POLY-L-LACTIC-ACID (PLLA), Carboxymethylcellulose (USP) เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วสามารถย่อยสลายได้โดยไม่เป็นอันตราย ทั้งนี้ Sculptra จะมีลักษณะเป็นผง ก่อนใช้แพทย์จะต้องนำไปทำให้เหลวด้วยการเจือจางสารละลายที่ใช้ในการแพทย์ก่อน แล้วจึงจะสามารถฉีดเข้าสู่ผิวได้ โดยในอดีต Sculptra ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อนำไปใช้ในผู้ป่วยโรคเอดส์ที่มีปัญหาสูญเสียไขมันที่ผิวหน้า ทำให้หน้าตอบมากจนผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจ เพราะหน้าตาไม่ได้รูปดังก่อน ทว่าเมื่อใช้กับผู้ป่วยแล้วได้ผล จึงมีการริเริ่มนำมาใช้ในแวดวงความงาม เพื่อหวังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูผู้ที่หน้าตอบ และมีริ้วรอยกลับมามีใบหน้าที่เต็ม อิ่มเอิบ ริ้วรอยลดน้อยลง

ความต่างของ Sculptra และ Filler (แบบ HA)

Sculptra จะถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังที่เกิดการสูญเสียไขมันเพื่อไปกระตุ้นให้ผิวหนังหนาขึ้น ทำให้รูปหน้าดูดีขึ้น หลักการทำงานของ Sculptra คือ เมื่อฉีดเข้าสู่ใต้ผิวแล้ว อนุภาคเล็กๆ ของ PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะถูกร่างกายย่อยสลายไป แล้วส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ตรงจุดที่ฉีด Sculptra เข้าไป โดยเมื่อฉีดเข้าไปแล้วในระยะ 3-7 วัน ผิวบริเวณที่ฉีดจะเกิดการบวม หลังจากนั้นเมื่อผิวหายบวมแล้วต้องอดใจรออีกราว 5 สัปดาห์ ผลที่ได้จึงจะเริ่มปรากฏขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว Sculptra อาจต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้งจึงจะเห็นผลที่ชัดเจน โดยส่วนใหญ่อาจต้องฉีดประมาณ 3 ครั้ง (จำนวนครั้ง และปริมาณในการฉีดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์) ต่างจาก Hyaluronic Acid หรือที่บ้านเราเรียกติดปากว่าฟิลเลอร์ ที่เมื่อฉีดสู่ผิวแล้ว จะเห็นผลการเติมเต็มทันทีและHyaluronic Acid จะค่อยๆ เสื่อมสลายไปตามระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์กำหนด เช่น 6 เดือน, 12 เดือน พูดง่ายๆ ก็คือ ฟิลเลอร์ HA จะเข้าไปเติมเต็มชั้นผิวโดยตรงจนเห็นผลได้ทันที ขณะที่ Sculptra เป็นการฉีดเข้าไปเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อ ผลลัพธ์ที่สังเกตได้ จึงเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป 

ผู้ที่เหมาะกับการรักษาด้วย Sculptra

Sculptra เหมาะสำหรับใช้ในการฟื้นฟูหรือแก้ไขร่องรอยของการสูญเสียไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังของใบหน้า ซึ่งทำให้ใบหน้าเกิดการยุบตัวหรือเกิดริ้วรอย รอยพับ แผลเป็น และผิวที่เหี่ยวย่น เพื่อให้ผิวหน้ากลับมาเต็ม อิ่มเอิบ และริ้วรอยลดลง

ขั้นตอนการรักษา

• แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและประเมินจุดที่จะทำการรักษา จากนั้นจึงเช็ดทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

• ทำการฉีด Sculptra เข้าไปใต้ผิวหนังทีละน้อยด้วยเข็มเล็กแหลม

• หลังการฉีดจะต้องนวดบริเวณที่รักษา เพื่อให้สารกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่มีอาการบวม

• หลังเสร็จสิ้นการฉีดคนไข้สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ และสามารถแต่งหน้าได้หลังการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว 2-3 ชั่วโมง

• เมื่อกลับบ้านแล้ว คนไข้ต้องนวดทั่วบริเวณที่ฉีดตามหลัก 5/5/5 นั่นคือ นวด 5 วัน วันละ 5 ครั้ง นานครั้งละ 5 นาที

ผลลัพธ์ที่ได้

หลังฉีดราว 5 สัปดาห์ ผิวจะค่อยๆหนาขึ้น ส่วนที่บุ๋มหายไปเริ่มเติมเต็มขึ้นมา โดยทั่วไปแล้วหลังการฉีดแล้ว 6 สัปดาห์ควรต้องมาทำการฉีดซ้ำอีก เพื่อให้ได้ผลการรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีการกล่าวอ้างด้วยว่า Sculptra นี้เห็นผลการรักษาได้ชัดเจนว่าสามารถกระตุ้นเนื้อเยื่อส่วนที่ขาดหายได้ถึง 80% และเห็นผลได้ยาวนานถึง 2 ปี

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

อาจเกิดเลือดออกหลังฉีด รู้สึกตึง ปวด หรือมีอาการแดง ฟกช้ำบริเวณที่ฉีด โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดนานถึง 2 สัปดาห์ แล้วจะสามารถหายไปเองหรืออาจเกิดก้อนเล็กๆ ใต้ผิวหนังบริเวณที่รักษา แต่จะหายไปได้เองในระยะ 6-12 เดือน (หลังการรักษาครั้งแรก) รวมถึงอาจเกิดการติดเชื้อจากการใช้เข็มฉีดยาได้ตามปกติ

ข้อควรระวังในการรักษา

• หลังการรักษาด้วย Sculptra  คนไข้ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจนกว่าอาการบวมและอาการแดงในเบื้องต้นจะทุเลาลงไป

• หลังการรักษาด้วย Sculptra แล้ว ต้องระมัดระวังการรักษาผิวด้วยเลเซอร์หรือผลัดเซลล์ผิวหนังด้วยสารเคมี เพราะอาจเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย

• ไม่ควรใช้ Sculptra ฉีดเข้าไปตรงส่วนที่มีสีแดงของริมฝีปาก หรือผิวหนังบริเวณรอบดวงตา เช่น เปลือกตา รอยพับของเปลือกตา เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว Sculptra เหมาะสำหรับการเติมเต็มให้กับบริเวณผิวหนังที่เป็นรอยบุ๋มลงไป หรือเกิดภาวะหน้าตอบ ผิวหน้ายุบตัว รวมทั้งแก้ปัญหาผิวที่เป็นรอยยับ ริ้วรอย แผลเป็น และผิวที่เหี่ยวย่นลงไป ที่สำคัญเหมาะอย่างยิ่งในการแก้ไขภาวะการสูญเสียไขมันบนผิวหน้า Sculptra จึงถือเป็นวิธีการปรับปรุงรูปลักษณ์ใบหน้าที่ช่วยฟื้นฟูโครงหน้าที่ได้สัดส่วนให้กลับมาอีกครั้ง และขับไล่สารพัดริ้วรอยออกไปจากใบหน้าโดยไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัดดึงหน้า อีกทั้ง Sculptra ก็ป๊อปปูล่า ถึงขนาดมีคนใช้แล้วกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก (ตั้งแต่ปี 1999) ดังนั้นใครที่อยากสวยอยากหล่อแบบดาราคนดัง Sculptra ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยในเวลานี้ ทว่าสำหรับหนุ่มสาวชาวไทยเราก็อาจจะต้องอดใจรอกันอีกสักนิด เพราะ Sculptra ยังไม่มีให้ใช้ในบ้านเราหรอกนะจ๊ะหรือถ้าอดใจรอไม่ไว ก็อาจต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงแดนกิมจิหรืออเมริกาโน่นล่ะ จึงจะสมใจปอง

เผยความลับ ! หน้าอิ่มเต็มของคนดัง

หากนึกถึงคนดังระดับโลกที่แม้จะอายุอานามเข้าสู่วัย 50 แล้วยังดูหุ่นฟิต ใบหน้าเป๊ะ เชื่อว่าชื่อของ ทอม ครูซ พระเอกคนดังแห่งฮอลลีวูดและนักร้องป๊อปสตาร์ตลอดกาลอย่าง มาดอนน่า คงติดโผอยู่ในความคิดของหลายคนแน่ๆ และท่ามกลางความคิดว่า หนุ่ม-สาว คนดังทั้งสองนี้ช่างดูดีไม่มีแก่ คงมีหลายท่านสงสัยใคร่รู้ ว่าแท้จริงแล้วเคล็ดลับคงความหล่อ ชะลอความชรา ของพวกเขาคืออะไร เพราะในขณะที่ตัวทอม ครูซ ในวัยเกือบ 50 ปี แต่ยังถอดเสื้อโชว์กล้ามอวดซิกแพคในภาพยนตร์ Mission Impossible 4 จนเป็นที่น่าอิจฉา แถมหน้าตาก็ยังอิ่มเอิบ ใสเด้ง ไม่ตอบ–ไม่แห้ง ซึ่งผิดกับผู้คนทั่วไปที่หากมีรูปร่างฟิต กล้ามเนื้อแน่นจนแทบไร้ไขมันอย่างทอม ครูซ ควรจะมีใบหน้าที่ผอมตอบ เพราะร่างกายมีไขมันน้อย เช่นเดียวกับ มาดอนน่าคุณแม่ลูก 2 วัย 54 ปี ที่หลายคนทราบกันดีว่า เธอรักการเล่นโยคะเป็นชีวิตจิตใจ จนส่งผลให้ร่างกายเธอเพรียวกระชับจนไร้ไขมัน แต่เพราะเหตุใดใบหน้าเธอถึงยังเต่งตึงเต็มสวย ผิดกับรูปร่างที่เพรียวบางความลับดังกล่าวถูกเฉลยออกมา จากการวิเคราะห์ของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านในสหรัฐอเมริกา ที่ต่างลงความเห็นกันว่า สาเหตุที่ทอม ครูซ และมาดอนน่า ยังมีใบหน้าอิ่มสวย ดูมีน้ำมีนวลนั้น นอกจากจะมีการใช้โบท็อกซ์และฟิลเลอร์เติมแต่งจนเป๊ะได้รูปแล้ว เขาและเธอน่าจะใช้ “Sculptra” ร่วมด้วย ซึ่งการใช้ Sculptra ได้ส่งผลให้ใบหน้าของเขาทั้งคู่ ไม่แห้งตอบ ดังที่ควรจะเป็น เพราะ Sculptra ได้เข้าไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูใบหน้าที่ตอบ มีริ้วรอย ให้กลับมาเต็ม อิ่มเอิบ ไร้ริ้วรอย และด้วยการทำงานของ Sculptra ที่เป็นการฟื้นฟูผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงส่งผลให้ใบหน้าของทั้งคู่ ดูค่อยๆดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หากไม่ได้สังเกตก็แทบจะไม่มีใครรู้เสียด้วยซ้ำว่าเขาและเธอได้ใช้นวัตกรรมเติมเต็มใบหน้าอย่าง Sculptra มา… นี่แหละ ความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมความงาม ที่เป็นดั่งเวทมนตร์คงความหนุ่ม–สาว ให้ผู้คนได้อย่างน่าอัศจรรย์

https://www.sculptraaesthetic.com/