ศัลยกรรมหน้าท้องแตกลาย

ศัลยกรรมหน้าท้องแตกลาย
ลาก่อนหน้าท้องแตกลาย…พร้อมอวดผิวสวยอย่างมั่นใจ !

ศัลยกรรมหน้าท้องแตกลาย
ผู้หญิงเราทุกคนคงอยากสวยเป็นทุนเดิมกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตาล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญ หากสาวคนไหนที่มีหุ่นสวยเป๊ะก็เป็นที่ต้องตาต้องใจ ทำให้หนุ่มๆ ต้องมนต์สะกดจนถึงขั้นเหลียวหลังมามองกันเลย…แต่หากเหลือบไปแล้วเห็นร่องรอยที่ไม่พึงประสงค์อย่าง “รอยแตกลาย” ดีกรีของความงามอาจจะลดลงมาครึ่งหนึ่ง แบบนี้นี่เองที่ทำให้คุณสาวๆ ถึงกับมานั่งครุ่นคิดกันว่า จะจัดการกับสารพัน รอยแตกยังไงบ้าง

คราวนี้เราจึงได้รับเกียรติจาก พญ.พูนพิศมัย สุวะโจ ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่จะมาให้คำปรึกษาแนะนำขั้นตอน การรักษาด้วย ศัลยกรรมหน้าท้องแตกลาย อย่างถูกวิธี มาทำความรู้จักกับปัญหานี้อย่างชัดเจนกัน เผื่อนำข้อมูลนี้มาช่วยประกอบการตัดสินใจต่อผู้ที่อยาก มีผิวเรียบเนียนอย่างไร้ร่องลึกบนเรือนร่าง มาติดตามเรื่องราวดีๆ เหล่านี้กัน …

หลากสาเหตุของปัญหาผิวรอยแตกลาย

1.การเปลี่ยนแปลงต่อการเจริญเติบโตในช่วงวัยที่ค่อนข้างเร็ว เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นถึงวัยทำงาน มักพบว่าการเกิดรอยแตกลายขึ้นบริเวณ เต้านม น่อง ขาพับ รอบเอว มาจากอายุมากขึ้นและน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นจะเกิดรอยแตกลายขึ้นมาได้

2.ขณะตั้งครรภ์ผนังหน้าท้องของชั้นหนังแท้เกิดรอยแตกลายขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาอายุครรภ์ที่มาก ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป

3.ผลของยาสเตียรอยด์ ในระยะแรกอาจพบรอยนูน และรอยแดงเกิดขึ้นบริเวณผนังหน้าท้อง เกิดในผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ

4.ผิวถูกการยืดอย่างรวดเร็ว (Stretch mark) ทำให้มีรอยแตกลายในชั้นผิวหนังแท้ เช่น รูปร่างที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หน้าท้องมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

เตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

1.ควรทำความเข้าใจและปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าสามารถทำการตัดผนังรอยแตกลายนั้นออกได้มากน้อยเพียงใดหรือผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับรวมถึงภาวะข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายของคนไข้

2.เช็คสุขภาพทั่วไปว่ามีภาวะโรคปอด โรคหัวใจ ไอเรื้อรังหรือไม่

3.ควรงดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าจำพวกยาแอสไพริน แก้ปวดลดการอักเสบ และยากลุ่ม NSAIDS 1 สัปดาห์

4.งดวิตามินอี 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

5.งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และ 4 สัปดาห์หลังผ่าตัด 

6.ถ้ามีการขับถ่ายที่ผิดปกติ อย่างท้องเสียควรจะควบคุมให้เป็นปกติเสียก่อน

7.หากมีการดมยาสลบควรงดน้ำและอาหาร ก่อนการผ่าตัด 6 ชั่วโมง

ขั้นตอนการผ่าตัด Tummy Tuck หรือที่เรียกว่า Abdominoplasty

คือการตัดไขมันหน้าท้องเป็นการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งใช้วิธีการนี้กับผู้ป่วยที่มีหน้าท้องแตกลายมากโดยเป็นการตัดผิวหนังบริเวณหน้าท้องที่มีรอยแตกลายออกไป มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

• ดมยาสลบเพื่อเตรียมการผ่าตัด

• แพทย์จะทำการตรวจสภาพของผนังหน้าท้องว่ามีความหย่อนคล้อยมากน้อยเพียงใด โดยจะใช้มือดึงบริเวณหนังที่มีรอยแตกลายดูว่าสามารถตัดออกได้เท่าใด

• ตัดส่วนรอยแตกลายออกโดยลักษณะรอยแผลจะเป็นเส้นแนวนอน ซึ่งจะทำการผ่าตามรอยขอบบิกินี่ บริเวณขอบที่เหนือหัวเหน่าขึ้นมา ในกรณีที่รอยแตกลายไม่สูงถึงสะดืออาจจะสามารถตัดออกได้หมด ซึ่งความยาวของแผลนั้นขึ้นอยู่กับรอยแตกที่ผนังท้อง หากมีรอยแตกสูงจะต้องดึงลงมามาก แผลอาจจะต้องยาวจากสะโพกของฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง หากรอยแตกไม่สูงมากนักแผลผ่าตัดก็อาจไม่ถึงสะโพก (ยาวกว่าแผลทำคลอดเพียงเล็กน้อย) รอยที่แตกนี้ก็จะถูกตัดออกไปพร้อมกับไขมันด้วย ช่วยการกระชับกล้ามเนื้อได้ด้วย หากรอยแตกเหนือสะดือแผลก็จะยาวบางครั้งอาจจะต้องมีแผลแนวตั้งด้วย (ตัวทีกลับหัว) นั่นเอง

• กรณีผู้ที่มีรอยแตกลายถึงสะดือขึ้นไปนั้น จะต้องมีการย้ายสะดือด้วย โดยจะทำการผ่าตัดผนังหน้าท้องตั้งแต่สะดือลงมาจนถึงขอบบิกินี่ แล้วเจาะสะดือที่ใหม่ ซึ่งแท้จริงแล้วสะดือไม่ได้ย้ายไปที่อื่น วิธีการนี้อาจส่งผลให้สะดือขาดเลือดมาเลี้ยงจนทำให้มีรอยคล้ำบางส่วนได้

วิธีการอื่นๆ นอกเหนือจากการผ่าตัด

• โดยปกติเมื่อเกิดรอยแตกลายหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว รอยแดงจะจางลง ส่วนรอยนูนจะยุบตัวลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นเส้นสีขาวซีดๆ บุ๋มลง ซึ่งนอกเหนือจากการผ่าตัดแล้วยังมีวิธีการอื่นอีกที่จะช่วยลดปัญหาผิวแตกลายนี้ได้ ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่เริ่มเกิดรอยแตกลาย โดยสามารถเลือกใช้กลุ่มเลเซอร์เหล่านี้ได้ที่สามารถช่วยให้เซลล์ผิวหนังด้านข้างรอยแตกดูบางลง และเรียบเนียนขึ้น อาทิเช่น Polaris Cool Touch V-shape Fraxel Matrix IR เป็นต้น 

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากการรักษา

• โดยทั่วไปการรักษารอยแตกลายไม่สามารถรักษาให้หายสนิทได้ เพียงพบว่ารอยนั้นมีการจางลงได้  ส่วนการผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่สามารถตัดรอยแตกได้หมดหากรอยแตกนั้นไม่สูงมาก และยังทำให้บริเวณหน้าท้องจะแบนเรียบเนียนขึ้น พร้อมสังเกตเห็นว่าเกิดส่วนเว้าโค้งที่เอว

ข้อดี

• สามารถตัดผนังหน้าท้องออกได้มากในครั้งเดียว หากรอยแตกลายนั้นไม่ยาวจนเกินไป โดยจะอยู่ประมาณกลางท้องด้านใต้สะดือ 

• รอยแผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่ในแนวขวางบิกินี่ จึงหมดกังวลในการสวมใส่เสื้อผ้าลงได้

• สามารถลดไขมัน และปัญหาหน้าท้องยื่นลงได้ ทั้งกล้ามเนื้อยังกลับมามีความกระชับยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

• เป็นวิธีการผ่าตัดใหญ่ ฉะนั้นจึงเกิดรอยแผลขนาดยาวในแนวขวางบริเวณหน้าท้องได้

• หากรอยแตกเป็นแนวยาวขึ้นไปเหนือสะดือจะไม่สามารถตัดผนังผิวหน้าท้องออกให้หมดได้

หลังการผ่าตัดควรปฏิบัติตัวอย่างไร

• ช่วงระยะเวลา 2–3 วันแรกควรนอนพักผ่อนให้มากๆ 

• ขณะไอหรือจามควรนำมือทั้ง 2 มาประคองบริเวณหน้าท้อง เพื่อป้องกันการเพิ่มความดันในท้อง และอาการเจ็บลงได้

• ใช้ผ้ารัดหน้าท้องเพื่อประคองแผลไว้ และลดการกดตัวของผนังหน้าท้องให้ตึงขึ้น ประมาณ 2 เดือน

• แผลจะสังเกตได้ชัด ประมาณ 6 เดือนแรก ส่วนข้างในผนังผิวหนังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่พอหลัง 6 เดือนถึง 1 ปีเป็นต้นไป สีของแผลผ่าตัดและรอยนูนจากที่เคยเห็นชัดจะจางลง

• นอนพักบนเตียงประมาณ 2–3 วัน หากมีกิจธุระใดๆ ในการเดินควรพยุงตัวให้หลังงอเล็กน้อย

• ใช้มือประคองหน้าท้องขณะไอหรือจาม

• หลัง 3 วันจะเริ่มเดินได้คล่องตัวขึ้น ฉะนั้นควรค่อยๆ ยืดตัวให้ตรง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายลง

• สวมใส่ผ้ารัดประคองหน้าท้องประมาณ 2 เดือน

• เริ่มออกกำลังกายอย่างเบา ๆได้ หลังการผ่าตัด 2 สัปดาห์

• ห้ามสูบบุหรี่ประมาณ 1 เดือนหลังการผ่าตัด

• ไม่ควรให้ท้องผูกบ่อย

• ควรทานผัก ผลไม้ให้มาก เพื่อให้ผิวเกิดความชุ่มชื้น

ภาวะแทรกซ้อน

• หากยกผนังหน้าท้องขึ้นแล้วทำการเย็บบริเวณด้านล่างสุดจะรู้สึกชาบริเวณหน้าท้องซึ่งเวลา ในการชาจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของการผ่าตัด ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนถึง 1 ปี

  เกิดรอยแผลเป็นนูน ซึ่งจะเกิดได้หากแผลตึงมาก

• หากไม่มีโรคแทรกซ้อนก็ส่งผลที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ เพราะการผ่าตัดรอยแตกลายนี้ไม่ได้ลงลึกมาก เพียงแค่ผิวผนังหน้าท้องเท่านั้น

• แผลอาจเกิดการติดเชื้อหรือเลือดคั่งได้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละท่าน

ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับขนาดของการผ่าตัดว่าแตกมากหรือน้อยเพียงใดหากแผลรอยแตกสั้นราคาอยู่ที่ 40,000–50,000 บาท หากผ่าตัดใหญ่มีการดมยาสลบด้วยแล้วราคาถึงหลักแสนเลย

รู้ไว้ใช่ว่า…เลี่ยงผิว “แตกลาย” เสียก่อน

• ควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ควรให้น้ำหนักขึ้นเกินเดือนละ 2 กิโลกรัม

• ทาครีมบำรุงผิวหรือน้ำมันธรรมชาติอย่างเป็นประจำ สำหรับในสตรีมีครรภ์ควรเริ่มดูแลผิวตั้งแต่เดือนที่ 4 ของอายุครรภ์ เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้น และยืดหยุ่น

• หลังทำอาจจะมีอาการคันเล็กน้อย ไม่ควรเกาอย่างแรง อาจเลี่ยงด้วยวิธีการลูบเพียงเบาๆ

• ดื่มน้ำให้มากๆ ควบคู่กับทานผัก ผลไม้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น

• หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด เพราะจะทำให้ผิวแห้งได้

• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าท้องมีความแข็งแรง 

• ขณะตั้งครรภ์ควรสวมใส่ชุดพยุงหน้าท้องที่มีเนื้อผ้าโปร่ง สวมใส่สบาย

EXPERT SAYS :

พญ.พูนพิศมัย สุวะโจ

ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ปัญหาหน้าท้องลายเป็นปัญหาที่น่าหนักใจและน่าเห็นใจ เพราะเกิดหลังตั้งครรภ์เป็นส่วนใหญ่ มีคนกล่าวถึงหน้าท้องลายว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของผู้ให้กำเนิด ในความเป็นจริงก็มีสาเหตุอื่นๆด้วยเช่น การใช้ยาสเตียรอยด์ การขยายหน้าท้องอย่างรวดเร็วเช่นอ้วนเร็ว โตเร็ว ซึ่งเมื่อหน้าท้องแตกลายแล้วการรักษาจะยากขึ้น การผ่าตัดแก้ไขหน้าท้องลายแม้จะสามารถตัดไขมันและกระชับหน้าท้องได้ด้วย แต่ก็เป็นการผ่าตัดใหญ่แผลยาวและมีค่าใช้จ่ายสูง ควรปรึกษาแพทย์ถึงผลดีผลเสีย และสิ่งที่อยากฝากคือ จะง่ายกว่ามากหากป้องกันอย่างถูกวิธี จะได้ไม่มีท้องลาย หรือมีก็ไม่มากการรักษาก็จะง่ายขึ้นค่ะ