ศัลยกรรมปรับโครงหน้า หน้าเรียวเล็กสมใจอยากสวยไม่ยาก

ด้วยสมัยนิยมในปัจจุบันเทรนด์ของผู้หญิงจะต้องหน้าเรียบเนียนใส เรียวเล็ก กระชับเข้ารูป สาวใดที่ไม่ตรงสเปคแบบนี้ละก็รีบๆ ไปอัพหน้ากันโดยด่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงจะต้องไปทำหน้าให้กลายมาเป็นบล็อคเดียวกันหมด อย่างนั้นคงจะขาดเสน่ห์ความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเองก็เป็นได้ หรือเกาะกระแสเทรนด์ความงามกันมากนัก แต่ถ้าผู้หญิง เราขาดความเอาใจใส่ หรือไม่เช็คสภาพหน้ากันอยู่บ่อยๆ ก็คงไม่ดีแน่

เพราะมีคำพูดที่เคยเปรยๆ กันอยู่ไว้ว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวยนั่นเอง จึงถือเป็นสโลแกนติดตราตรึงใจให้ชวนนึกคิดว่าฉันจะต้องสวยอยู่ตลอด รู้อย่างนี้แล้วรีบมาจับจองพื้นที่รับฟังด้านการเสริมความงามกัน เพราะเรามีศัลยแพทย์ตกแต่งที่จะมาไขข้อมูลให้ทราบกันถ้วนหน้าจาก นพ.ชาติชาย พฤกษาพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง และเลเซอร์ผิวพรรณ Absolute Beauty Clinic

สาเหตุของผู้ที่มีใบหน้าใหญ่ ไม่ได้รูป

เกิดจากกระดูกขากรรไกรที่ใหญ่และกางออกเห็นเป็นมุมชัดเจน แพทย์จะแนะนำให้ทำการศัลยกรรมผ่าตัดกระดูกขากรรไกรหรือกระดูกกรามตรงมุมออก เพื่อลดขนาดให้เหลี่ยมลดลง ซึ่งควรพบศัลยแพทย์ตกแต่งในการทำการผ่าตัด

ผลพวงจากกล้ามเนื้อคนเอเชียโดยทั่วไปจะมีปัญหาหน้าบานหน้าใหญ่กันเป็นทุนเดิม เนื่องจากกรรมพันธุ์ เชื้อชาติ การรับประทานที่ออกแรงเคี้ยวนานๆ เช่น หมากฝรั่ง ขนมขบเคี้ยว หรือนอนกัดฟัน จึงทำให้กล้ามเนื้อเกิดการโตขึ้น ซึ่งอาจจะพบว่ากล้ามเนื้อกรามทั้งสองข้างอาจจะมีขนาดไม่เท่ากันได้ ซึ่งอาจจะมีผลจากนิสัยการเคี้ยวอาหาร ไม่เท่ากัน ข้างที่ถนัดกว่า ก็จะเคี้ยวมากกว่า ทำให้กล้ามเนื้อข้างนั้นโตกว่าปกติได้

ผู้ที่มีไขมันบนใบหน้ามากเกินไปจึงเกิดการสะสมไขมันบริเวณแก้ม ลองสังเกตด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้มือคลำดูบริเวณ กล้ามเนื้อกรามสองข้าง หรือข้างแก้ม ถ้าพบว่าก้อนกล้ามเนื้อมีขนาดไม่โตขึ้น แต่เมื่อยิ้มแล้วแก้มยุ้ยมากขึ้น แสดงว่าสาเหตุมาจากไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อกรามโต             

ศัลยกรรมปรับโครงหน้า การวางแผนการรักษา

การปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กได้รูปอย่างสมมาตรโดยเลือกวิธีการผ่าตัดนั้นจะต้องเริ่มจากการแก้ไขในส่วนกราม และโหนกแก้ม ซึ่งทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยแพทย์ตกแต่งได้คำนึงถึงดุลยพินิจปัญหาของคนไข้เป็นหลัก และวิเคราะห์โครงสร้างของใบหน้า เพื่อสามารถทำการแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยแบ่งเป็น 2 สัดส่วนหลักๆ คือ การผ่าตัดกราม และการลดขนาดโหนกแก้ม

การผ่าตัดกราม (Mandible Reduction)

เป็นลักษณะของผู้ที่มีกระดูกกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ยื่นออกมาอย่างเห็นชัดเจน จนทำให้ดูมีใบหน้าที่ไม่ได้รูปจึงต้องการปรับแก้ไขให้เรียวเล็กลง เมื่อตัดสินใจเข้ารับการรักษาแล้วอันดับแรกแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ วิเคราะห์กระดูกขากรรไกรก่อนโดยพิจารณาจาก ความหนาของกระดูก ความสูงของขากรรไกร และกระดูกกรามทั้ง 2 ข้างว่ามีความสมดุลกันหรือไม่ รวมถึงความผิดปกติ ของกระดูกกรามส่วนอื่น เช่น คาง ข้อขากรรไกร และฟัน ซี่ต่างๆ ว่ามีส่วนใดผิดปกติ เนื่องจากแต่ละบุคคลมีโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน หลังการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีรูปทรงออกมาอย่างไร และสามารถลดมุมเหลี่ยมของกระดูกกรามได้มากน้อยเพียงใด โดยขั้นตอนของการผ่าตัดนั้นมี 2 ลักษณะด้วยกัน

เปิดบาดแผลจากในช่องปาก โดยผ่าตัดผ่านซอกเหงือกด้านหลังของฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จากนั้นทำการเลาะเยื่อหุ้มกระดูกออก เพื่อจะนำเครื่องมือเข้าไปเลื่อยตามแนว พร้อมตกแต่งให้ได้รูปทรงที่พอเหมาะเรียบร้อยดี จึงเย็บ แผลปิดให้สนิท ซึ่งจะซ่อนบาดแผลไว้ตรงเหงือกหลังฟันซี่สุดท้ายในปาก รวมทั้งมีการดึงรั้งกล้ามเนื้อและเยื่อบุปาก จึงพบอาการบวมมากกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดจากภายนอก แต่มีข้อดีตรงที่ไม่มีรอยแผลเป็นนอกปากและลดการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทด้วย ถือเป็นเทคนิคชั้นสูง ฉะนั้นควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ความชำนาญอย่างมาก

เปิดบาดแผลจากนอกช่องปาก เริ่มจากบริเวณหลังฟันกรามซี่สุดท้ายเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกร โดยนำเลื่อยมุมฉาก เข้าไปทำการผ่าตัดมุมกรามทั้ง 2 ข้าง เมื่อเข้ารูปเข้าทรงแล้วจึงเย็บปิดบาดแผลวิธีนี้ผู้รักษาจะมีอาการบวมน้อยกว่า แต่จะพบโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทได้ ทั้งยังมีรอยแผลเป็นยาวประมาณ 2–3 เซนติเมตร ทั้ง 2 ข้าง ด้วย ทางผู้รักษาต้องทำความเข้าใจของผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากทางศัลยแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา จึงจะเกิดความพึงพอใจอย่างเหมาะสม

การลดขนาดโหนกแก้ม (Cheek Bone Reduction)

บริเวณที่เรียกกันว่าโหนกแก้มนั้น คือส่วนของกระดูกที่มีลักษณะแข็ง โค้งนูนอยู่ต่อจากด้านข้างของกระดูกขอบเบ้าตาล่าง ซึ่งขนาดและความใหญ่นั้นขึ้นอยู่ที่โครงสร้างใบหน้า ของแต่ละคนที่ต่างกันไป บางคนมีโหนกแก้มที่ค่อนข้างสูง จึงมักไม่พอใจกับสัดส่วนที่มีและมักเห็นจุดบกพร่องของตัวเอง จนกลายมาเป็นประเด็นที่คิดอยากทำศัลยกรรมลดขนาด ด้วยประการนี้เองจึงมีวิธีการปรับแต่งเพื่อให้ดูมีสัดส่วนที่เล็กลงและเรียวยิ่งขึ้นอยู่ 2 วิธีดังนี้

การกรอกระดูก กรณีรักษานี้เหมาะแก่รายที่มีโหนกแก้มไม่สูงมากนัก โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเข้าทางช่องปากด้านบนทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งใช้เครื่องมือเข้าไปกรอกระดูกบริเวณที่มีความนูนให้แคบและเล็กลง

การตัดกระดูก เป็นวิธีการผ่าตัดใหญ่มีการพักฟื้น และดมยาสลบร่วมด้วยโดยแพทย์จะมีการตรวจกระดูกใบหน้าด้วยการ เอ็กซ์เรย์ก่อนดูค่าความยาว ความกว้างของมุม ซึ่งเริ่มจากการผ่าตัดตรงรอยต่อระหว่างกระดูกโหนกแก้ม กระดูกเบ้าตา และกรามบนให้หลุดออกจากกัน จากนั้นทำการเลื่อนกระดูกโหนกแก้ม เพื่อให้ส่วนที่นูนและกว้างของใบหน้าลดลง พร้อมนำเหล็กมายึดตรึงกับกระดูกให้อยู่กับที่

เตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ควรปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณ และขนาดของขากรรไกรที่ต้องการตัดออกเพื่อความเหมาะสม                                                      

หลีกเลี่ยงยาแก้อักเสบ เช่นแอสไพริน วิตามินจำพวก น้ำมันปลา อีฟนิ่งพริมโรส วิตามินอี ที่จะส่งผลกระทบต่การหยุดเลือด ฉะนั้นควรงดทานอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด

งดน้ำและอาหารประมาณ 6 ชั่วโมง

หากมีโรคประจำตัวอย่าง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วย และต้องควบคุมระดับความดันให้เป็นเกณฑ์ปกติ

ผลลัพธ์        

ระยะเวลาที่สังเกตพบว่ารูปหน้ามีความกระชับเป็นลักษณะ V-Shape มากขึ้นระยะเวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

หากถูกเส้นประสาทบริเวณขากรรไกร อาจเกิดอาการปากชาขึ้นได้

หลังผ่าตัดจะพบรอยเขียวช้ำ บวมแต่ก็จะหายไปประมาณ 7–10 วัน

ในช่วง 2–3 วันแรกหลังการผ่าตัดจะมีการเคี้ยวอาหารได้ค่อนข้างลำบาก จึงควรรับประทานอาหารที่อ่อนๆ

หลังการผ่าตัดควรดูแลตนเองอย่างไรบ้าง

ดูแลรักษาช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่นการแปรงฟันให้สะอาด รวมถึงการบ้วนปากด้วย เพื่อลดปัญหาอาการบวมลง และช่วยให้คราบเลือดที่แผลหลุดออก

ฝึกการอ้าปากอยู่เป็นประจำ ซึ่งถือเป็นการขยับข้อต่อขากรรไกร และป้องกันการยึดตรึงของพังผืดบริเวณรอบกราม

ควรประคบเย็นบริเวณแก้มประมาณ 7 วัน เพื่อลดอาการบวม

ใส่สายรัดบริเวณรอบๆ ใบหน้าประมาณ 1–2 อาทิตย์ เพื่อเป็นการพยุงให้ผิวหนังมีความคงที่

คนไข้ควรนอนยกศีรษะให้อยู่สูงกว่าลำตัวในช่วงเวลา 2–3 วันแรก

คำแนะนำแก่ผู้ที่มารักษา

พบกับทีมศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดมยาสลบอย่างถูกต้อง

บุคลากรควรดูแลอย่างเคร่งครัดในระยะเวลาที่เหมาะสมอย่างน้อย 1 สัปดาห์

หลังเข้ารับการผ่าตัดเมื่อรอยบาดแผลแห้งสนิทดีแล้ว สามารถทาครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และบำรุงผิวได้ตามปกติ

ค่าใช้จ่าย

สอบถามราคากับโรงพยาบาลหรือคลินิกเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับในรายผู้ที่อยากจะมีใบหน้าเรียวเล็ก ด้านนพ.สมมารถ อิทธิพรวณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน เลเซอร์ผิวพรรณ กรรมการบริหารคอสมาแคร์ คลินิกมาบอกเล่าถึงวิธีการต่างๆ ที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม แถมกลับไป สวยใสอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเจ็บตัว ไร้การพักฟื้น เพียงแค่ปรับ เพิ่มเสริมบางส่วนหน้าตาก็ดูเข้ารูปทรง พร้อมมีใบหน้าเล็กได้สมดั่งใจกันเลย

อันดับแรกก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษานั้นทางแพทย์จะทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุปัญหาของใบหน้าแต่ละคนก่อนว่า ต้นตอของการมีใบหน้าที่มีความไม่สมส่วนนั้นคือสิ่งใด อย่างกรณีที่พบว่าบุคคลนี้เป็นผู้ที่มีกรามที่ค่อนข้างหนา จะต้องเลือกใช้วิธีการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อลดขนาดกรามลงได้ ทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลยหลังจากการรักษาไปแล้ว แต่อาจมีข้อเสียตรงที่ สารนี้เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อ บริเวณดังกล่าว จะกลับมาหนาตัวขึ้นอีกครั้ง ส่วนกรณีคนที่มีไขมันบริเวณแก้มเป็นจำนวนมาก หากฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่แก้มไขมันก็ยังคงอยู่ ซ้ำยังทำให้ใบหน้าที่ห้อยตามมาด้วย ทางที่ดีให้แพทย์แนะนำเลยนั่นคือ การฉีดเมโสเทอราปี ซึ่งเป็นตัวยาที่เข้าไปทำปฏิกิริยาสู่ผิว ทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวไป แต่จะเกิดผลข้างเคียง คือเกิดอาการบวมแดง อยู่บ้างประมาณ 3-4 วัน แต่ก็จะยุบหายไปเอง

สาวๆ ทั้งหลายลองคิดให้ดีว่าจะมีใบหน้าที่สวยเรียวเล็กกันแบบไหน จะศัลย์หรือจะฉีดเติมแต่งส่วนใดก็อย่ามองข้ามความปลอดภัย ไม่งั้นอาจมาเสียใจภายหลังกันได้ เพราะผลที่ออกมาแล้วย่อมกลับมาแก้ไขได้ยาก  มากไปกว่านั้น  ขอให้สาวๆ พึงระลึกไว้สักนิดว่าความงามอันแท้จริงที่ปรากฏบนใบหน้าต้องเพียบพร้อมไปด้วยจิตใจที่งดงามตามมาด้วย

EXPERT SAYS :

การผ่าตัดกระดูกบริเวณโหนกแก้มและกรามนั้นถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ อาจมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ซึ่งผู้ที่มารักษาควรตัดสินใจให้ดีเสียก่อน หากทำไปแล้วนั้นไม่สามารถที่จะเรียกกลับคืนมาใหม่ได้ แต่สำหรับบางคนที่มีปัญหาบริเวณโครงสร้างกระดูกของใบหน้าไม่ใหญ่มากนักหรือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้วิธีการผ่าตัดก็มีวิธีอื่นที่สามารถ รักษาได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้การผ่าตัดกรามสามารถทำร่วมกับกลุ่มเลเซอร์ได้ ซึ่งทางศัลยแพทย์จะใช้ดุลยพินิจเห็นถึงความ สมควร แต่หากให้แนะนำก็ไม่สำคัญมากนักที่จะปฏิบัติเช่นนั้น เพราะเกิดอาการเจ็บตัวมากขึ้นหรือไม่มีความจำเป็นเท่าที่ควร ฉะนั้นก่อนเข้ารับการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจหรืออ่านรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย

http://www.plasticsurgery.or.th/