ศัลยกรรมลดน่องโต ให้เล็กเรียว

คงไม่ต้องพูดอะไรให้มาก ใครๆ ก็ตอบได้ว่า ขานั้นก็มีเอาไว้เดินเป็นหลักนั่นแหละ ที่สำคัญถ้าขาคู่นั้นเป็นของสาวๆ แล้วเรียวขาได้สัดส่วน ช่วงขาและปลีน่องหรือก็ขาวนวลเนียน เวลาเยื้องกรายไปมาก็ยิ่งดูเป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่บรรดาผู้พบเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มทั้งหลายล้วนทัศนากันไม่วางตาเลยทีเดียว ขาที่ได้สัดส่วนสวยงามจึงถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของรูปร่างมนุษย์โดยเฉพาะสาวๆ 

แต่สำหรับสาวบางคน เมื่อมองไปที่ช่วงขาของเจ้าหล่อน โดยเฉพาะปลีน่องที่มักอยู่นอกร่มผ้าท้าทายสายตาจากคนรอบข้างนั้น ความงามกลับต้องสะดุดหยุดลงเพราะน่องคู่นั้นมันล่ำเกินขนาด จนหนุ่มๆ ปากตะไกรบางคนชอบเหน็บแนมให้เจ็บกระดองใจว่า เหมือนขาหมูบ้างละ หรือหนักกว่านั้น เหมือนขาโต๊ะบิลเลียดไปโน่นเลย แต่สาวๆ ทั้งหลายไม่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้มีทางออกสำหรับการแก้ปัญหาน่องล่ำน่องโตแบบเบ็ดเสร็จแล้ว

มาทำความรู้จักน่องกันให้ดีก่อน

ปลีน่องที่อยู่ตรงด้านหลังของขาของเรานั้นจะมีรูปร่างเช่นไรจะถูกกำหนดโดยกล้ามเนื้อ 2ประเภท คือ

1.กล้ามเนื้อ Gastrocnemius เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงด้านหลังของน่อง แลเห็นได้จากด้านนอกของขา และมีส่วนร่วมในการโน้มหรือก้มตัว (knee joint flexion) และในการขับเคลื่อนขาไปข้างหน้า การยกส้นเท้า และอื่นๆ (ankle plantar flexion) กล้ามเนื้อนี้มี 2 หัว คือ Medial กับ Lateral

2.กล้ามเนื้อ Soleus กล้ามเนื้อชนิดนี้อยู่ที่ด้านในของน่องข้างใต้กล้ามเนื้อชนิดแรกอีกทีหนึ่ง ไม่สามารถแลเห็นจากภายนอกของขาได้ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนขาไปข้างหน้า การยกส้นเท้าโดยงอเข่าไว้และอื่นๆ (ankle plantar flexion) กล้ามเนื้อ Gastrocnemius นั้นมีลักษณะสั้นกว่า หนากว่า และทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ที่มากกว่าและใหญ่กว่ากล้ามเนื้อ Soleus กล้ามเนื้อแบบแรกนี้ยังกินเนื้อที่ส่วนใหญ่ของน่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนบนของน่อง ในขณะที่ Soleus นั้นอยู่ที่ปริเวณน่องส่วนล่าง กล้ามเนื้อเหล่านี้ติดอยู่กับเอ็นร้อยหวายเดียวกันและจะมีหน้าที่คล้ายๆ กัน คือ ช่วยให้เรายกส้นเท้าขึ้นมาได้ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันได้ เช่น วิ่ง เดิน กระโดด และ อื่นๆ ในการทำศัลยกรรมฟื้นฟูขาจำนวนไม่น้อย แพทย์มักจะตัดกล้ามเนื้อ Gastrocnemius ออกไปเพื่อนำไปเติมเต็มข้อบกพร่องรอบๆ ข้อต่อหัวเข่า ยังไม่พบรายงานว่าเกิดการรบกวนใดๆ ในเชิงหน้าที่การทำงานของอวัยวะภายหลังการทำศัลยกรรมน่อง เพราะว่า กล้ามเนื้อ Soleus นั้นก็สามารถทำหน้าที่ทดแทนกล้ามเนื้อ Gastrocnemius ที่ถูกตัดออกไปได้ เพราะเหตุที่กล้ามเนื้อ Gastrocnemius กินเนื้อที่ส่วนใหญ่ของน่อง และการที่กล้ามเนื้อ Soleus ที่เหลือยู่นั้นสามารถทำหน้าที่ทดแทนดังกล่าวได้ ศัลยกรรมน่องส่วนใหญ่จึงทำการสละกล้ามเนื้อ Gastrocnemius

ทั้งหมดหรือบางส่วนไป ด้วยการตัดออกทั้งหมดหรือตัดเพียงบางส่วนออกหรือ เพียงตัดเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ Gastrocnemius เพื่อปล่อยให้มันเกิดอาการลีบเล็กลงไปในที่สุด ซึ่งจะเท่ากับเป็นการลดขนาดของน่องลงไปได้

ปัญหาน่องโต

พี่ไทยเราเรียกว่า น่องโตแต่ฝรั่งตาน้ำข้าวกลับตั้งฉายาได้แสบสันต์กว่าว่า radish calf แปลว่า น่องหัวไชเท้าก็เห็นภาพพจน์ชัดเจนไปอีกแบบ เอาเป็นว่าปัญหาน่องไม่สวยนี้ มันเกิดจากการที่กล้ามเนื้อที่เรียกว่า gastrocnemius muscle ที่มันอยู่บริเวณด้านหลังของปลีน่องนี่แหละมันดันเจริญเติบโตมากเกินปกตินั่นเอง เป็นผลให้เวลาสาวๆ ทั้งหลายใส่รองเท้าส้นสูงหรือเวลายกส้นเท้าสูงก็จะแลเห็นกล้ามน่องโตเป็นลูกๆ ได้อย่างชัดเจนในรายที่มีอาการรุนแรงกว่านั้นจะแลเห็นปัญหานี้ได้ชัดเจนเลยแม้เวลายืนอยู่เฉยๆ ด้วยซ้ำ 

ทางเลือกในการทำศัลยกรรมลดน่องโต

ทางเลือกต่างๆ ในการทำศัลยกรรมเพื่อลดขนาดน่องนั้นเป็นวิธีที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง การผ่าตัดนั้นมีข้อดีตรงที่ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า การดูดไขมันจากน่องจะเป็นการขจัดไขมันใดๆ ก็ตามออกจากด้านหลังของขาช่วงล่าง กล้ามเนื้อน่องตรงน่องนั้นมักจะไม่มีส่วนประกอบของไขมันที่สูงทำให้การดูดไขมันได้ผลน้อยมาก ทางเลือกดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

1. Liposuction 

การแก้ปัญหาน่องโตด้วยวิธีดูดไขมันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้แต่ผลลัพธ์ย่อมขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและคุณภาพของผิวหนังของคนไข้ ส่วนการลดขนาดน่องและการผ่าตัดกล้ามเนื้อตรงบริเวณนั้นได้รับความนิยมในแถบเอเชียแปซิฟิกมากกว่า เมื่อเทียบกับในสหรัฐอเมริกาซึ่งกลับไม่เป็นที่นิยมนัก

การเตรียมพร้อมตัวก่อนเข้ารับการรักษาด้วยวิธี

Liposuction

ปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจสอบประวัติคนไข้และตรวจสุขภาพทั้งกายและจิตใจทั่วไป ถ้าหากเป็นสตรีที่สมรสแล้ว ก็ควรให้คู่ครองมาร่วมรับฟังด้วย

ควรซักถามแพทย์ในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการดูดไขมันจากขาช่วงล่าง ให้เหตุผลในการขอคำปรึกษา และต้องรู้สึกว่าพึงพอใจกับคำตอบที่ตัวเองได้รับด้วย

คนไข้จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องการเตรียมการก่อนการทำศัลยกรรม กระบวนวิธีในการศัลยกรรม และการดูแลตัวเองภายหลังการศัลยกรรมอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนอันอาจหมายถึงชีวิตได้

คนไข้คาดหวังได้ในเรื่องที่สอดคล้องกับความเป็นจริง การดูดไขมันเป็นเพียงการปรับปรุงรูปลักษณ์ของขาและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของ แต่จะไม่สามารถให้เรือนร่างที่สมบูรณ์แบบได้

คนไข้ที่เหมาะสมจะทำศัลยกรรมดูดไขมันลดน่อง น้ำหนักตัวจะต้องไม่เกินระดับปกติ จะต้องมีผิวหนังที่แน่นแต่ยืดหยุ่นและมีถุงไขมัน (หรือ fat pocket) จำนวนมากพอในขาทั้งสอง โดยแพทย์จะบอกได้เองว่าคนไข้มีขาที่อวบหนาด้วยไขมันหรือมีแต่กล้ามเนื้อล้วนๆ ในขา โดยใช้ Pinch Test เพื่อประมาณการปริมาณไขมันที่สะสมอยู่ โดยแพทย์จะขอให้คนไข้ขึ้นไปยืนอยู่บนม้านั่งแบบไม่มีพนัก แล้วผลจากการวัดด้วยวิธีนี้ควรจะได้ผล อย่างน้อย 2..ที่น่อง และ 1..ที่ข้อเท้า

ต้องเป็นผู้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ รายที่มีเบาหวาน มีภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำ มีการไหลเวียนโลหิตไม่ดี รวมทั้งมีโรคประจำตัวสำคัญอื่นๆ ไม่ควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้

ควรมีการปรึกษาแพทย์รอบที่สอง เพื่อให้คุณมีเวลาใคร่ครวญมากพอสำหรับการวางแผนเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้

คนไข้จะได้รับข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหาร การดื่ม การสูบหรี่ และอื่นๆ ในกรณีที่คนไข้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง เป็นหวัด หรือการติดเชื้ออื่นๆ อาจต้องเลื่อนการศัลยกรรมออกไป ส่วนเวลาที่ใช้ในการทำศัลยกรรมอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น เทคนิคที่ใช้ ประเภทของยาสลบที่จะใช้ ขนาดของพื้นที่และปริมาณของไขมันที่จะต้องขจัดออกจากพื้นที่เป้าหมาย

การฟื้นตัวหลังการักษาด้วยวิธี Liposuction

แม้การดูดไขมันเพื่อลดน่องจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลใดๆ การฟื้นตัวหลังการรักษาอาจเป็นเรื่องยากลำบากพอสมควร อันประกอบด้วย 

คนไข้จำเป็นต้องสวมชุดกระชับสัดส่วน (compression garment) ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม เลือดออก และช่วยปรับโครงร่างของขาคู่ใหม่ด้วย โดยขาช่วงล่างมักจะแลดูโตกว่าเดิมเนื่องจากอาการบวม แต่คนไข้จะรู้สึกสบายตัวมากขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์หลังการรักษา

แนะนำให้หมั่นยกขาให้อยู่สูงและพยายามเดินเบาๆ หากทำได้ หลังการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนของเลือดในช่วงขา ในที่สุด การออกกำลังกายและการควบคุมอาหารจะช่วยให้รักษาทรวดทรงใหม่ของคนไข้ไว้ได้ 

ในช่วงพักฟื้น คนไข้ควรละเว้นจากกิจกรรมหนักๆ สักสองสามเดือน และต้องพักผ่อนในช่วง 2-3 วันแรก เป็นเรื่องธรรมดาทีผู้ผ่านการดูดไขมันมาจะรู้สึกเจ็บปวดได้มากหลังการรักษา ต้องทำใจว่าแม้จะทานยาบรรเทาปวด แต่มันก็ไม่สามารถขจัดความปวดได้อย่างปลิดทิ้ง

ช่วงที่เหลือของการพักฟื้น  ร่างกายก็จะค่อยๆ สมาน การมีของเหลวไหลจากจุดที่ทำการรักษาโดยปกติจะหยุดไปตั้งแต่วันที่ 7 หลังการศัลยกรรม การฟกช้ำเล็กน้อยที่เกิดจะทุเลาจนหายไปใน2 สัปดาห์ ส่วนการระบมและบวมอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเป็นปกติดังเดิม

        

2.การผ่าตัดเอากล้ามเนื้อ Gastrocnemius ออกเพียงบางส่วน (Muscle Sculpture)

สำหรับสาวๆ ที่ประสบปัญหาน่องอย่างหนา ก็ต้องขอแนะนำให้เลาะกล้ามเนื้อ Gastrocnemius muscle ออกเสีย นอกจากนั้น เพื่อขจัดปัญหาน่องให้สิ้นซาก อาจจำเป็นต้องตัด lateral Gastrocnemius ด้านข้างออกไปด้วย ศัลยกรรมลดขนาดน่องวิธีนี้จะเจาะจงตัดเอากล้ามเนื้อบางชิ้นออก และเป็นการเฉือนเอาส่วนของกล้ามเนื้อที่ยื่นล้ำทิ้งไปด้วยวิธีนี้ การสลักเสลาไม่เพียงแต่ทำกับกล้ามเนื้อที่เรียกว่า medial Gastrocnemius muscle เท่านั้น แต่ยังทำกับกล้ามเนื้ออื่นๆ รวมทั้ง lateral กับ Soleus ด้วยหากจำเป็น เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด วิธีนี้ยังให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า เพราะว่าตำแหน่งและขนาดของกล้ามเนื้อที่จะต้องตัดออกนั้นสามารถควบคุมได้ รอยแผลหลังผ่าตัดที่ตกค้างอยู่ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และต้องใช้เวลาสักพักใหญ่เพื่อให้มันจางหายไป การใช้เวลาฟื้นตัวที่ค่อนข้างนานเป็นสิ่งจำเป็น พลังของกล้ามเนื้อน่องตามปกติจะคืนกลับมาได้ภายใน 6-12 เดือน ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ อาจรวมถึง hematoma (การแข็งตัวเป็นลิ่มเลือด) อาการชาที่ขา ความไม่เรียบสม่ำเสมอและอาการบาดเจ็บของเส้นประสาท

3.ศัลยกรรมน่องแบบเจาะจงด้วยการใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Selective Neurectomy) ศัลยกรรมลดขนาดน่องวิธีนี้นั้นใช้พลังงานของคลื่นวิทยุมาเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเนื่อเยื่อ(focal coagulation necrosis) ในกล้ามเนื้อgastrocnemius และเป็นผลให้น่องลดขนาดลงไปได้ วิธีเหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาน่องล่ำระดับปานกลางใช้ microsurgery เพื่อตัดเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อด้านในออกไปจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนและความรู้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเกิดความเสี่ยงต่ำที่สุด การผ่าตัดทำได้อย่างรวดเร็วและไม่ซับซ้อน ข้อดี คือ ไม่เพียงแต่มีแผลที่เล็กและใช้เวลาฟื้นตัวสั้นๆ เท่านั้นแต่ยังให้ผลแบบถาวรด้วย จัดเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับสาวๆ ผู้ตัดสินอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับน่องหัวผักกาดอันแสนอัปลักษณ์อีกต่อไป

ยกเว้นการออกกำลังกาย ภายหลังการผ่าตัดคนไข้จะใช้เวลาเพียง 1-7 วันเพื่อกลับไปทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ ตามปกติได้ ส่วนผลขั้นสุดท้ายของการปรับรูปและขนาดของน่อง อาจแตกต่างกันไป เส้นรอบรูปของน่องจะลดลงไปได้ตั้งแต่ประมาณ 1 ถึง 6 เซ็นติเมตร การใช้คลื่นวิทยุลดขนาดน่องนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและคาดคะเนได้มากกว่าวิธีการผ่าตัดแบบเจาะจงดังที่อ้างถึงแล้ว ถึงกระนั้นก็ตาม วิธีนี้ก็ยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องการบาดเจ็บของเส้นประสาทอื่นๆซึ่งอาจกลายเป็นสาเหตุของอาการเดินเซและการทำงานที่ผิดปกติ(compensatory hypertrophy) ของกล้ามเนื้อน่องอื่นๆ ได้ ถึงแม้ว่าระดับความรุนแรงอาจจะไม่สูงเท่าวิธีการผ่าตัดแบบเจาะจง

4.การฉีดโบท็อกซ์ช่วยแก้ปัญหาน่องโต

เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อ Gastrocnemius แล้ว ผ่านไปประมาณ

1 สัปดาห์เส้นรอบรูปของน่องจะเริ่มหดตัวลง เพราะว่า เส้นประสาทที่เรียกว่า peripheral motor ที่เชื่อมไปสู่กล้ามเนื้อ Gastrocnemius จะถูกปิดกั้นด้วยสารที่ฉีดเข้าไปสำหรับข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ คือ ง่าย และทำได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ แต่มีข้อเสียคือไม่ให้ผลลัพธ์แบบถาวร จะคงอยู่แค่ 6 เดือน หลังจากนั้นจะต้องกลับไปฉีดใหม่เพื่อรักษาผลที่ต้องการไว้ ซึ่งต้องใช้ปริมาณของสารมากกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่ใช้ฉีดที่หน้า แต่วิธีนี้จะสามารถลดขนาดของน่องได้เพียงเล็กน้อย เหมาะกับการลดขนาดน่องที่ไม่หนักหนามากนัก สรุปแล้วไม่ใช่ตัวเลือกที่มีประสิทธิผลในการแก้ปัญหาน่องโตเพราะสิ้นเปลืองทั้งค่าใช้จ่ายและเวลามากกว่า แถมให้ผลที่ไม่ยั่งยืนถาวรอีกด้วย    BlackPipe

EXPERT SAYS:

นพ.สมมารถ อิทธิพรวณิชย์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวพรรณ กรรมการบริหารคอสมาแคร์ คลินิก

ขนาดของเรียวน่องแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จะใหญ่หรือจะเล็กนั้นประกอบด้วย 3 ปัจจัย ไล่จากในไปหานอก คือ กระดูก กล้ามเนื้อ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ดังนั้นการที่จะลดขนาดให้เล็กลง ต้องพิจารณาก่อนว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร จะได้แก้ไขได้อย่างตรงจุดและช่วยทำให้คนไข้ไม่ต้องเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าเกิดจากโครงกระดูก เราคงไม่สามารถไปทำอะไรได้ พิจารณาได้จากบริเวณข้อเท้าซึ่งแทบไม่มีกล้ามเนื้อ และไขมันอยู่เลย หากข้อเท้าหนาใหญ่ ก็น่าจะ

เป็นจากกระดูกใหญ่ ส่วนการแยกว่าเกิดจากกล้ามเนื้อปลีน่องด้านหลังใหญ่ล้วนๆ หรือ เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังนั้นก็สามารถแยกได้ด้วยวิธี Pinch test ดังกล่าว หากบีบได้เนื้อไขมันมาก ก็แสดงว่ามีชั้นไขมันหนา ขนาดของขาจะสามารถลดลงได้ด้วยการดูดไขมันออกโดยวิธี VASER ซึ่งเห็นผลดีและผลข้างเคียงน้อย แต่หากเมื่อยืนเขย่งแล้วเห็นกล้ามเนื้อปูดแข็งออกมา แต่บีบเนื้อไขมันได้น้อยมาก ก็แสดงว่าเกิดจากกล้ามเนื้อ ซึ่งส่วนตัวแล้ว หากคนไข้มีขนาดกล้ามเนื้อไม่ใหญ่มาก ก็จะแนะนำให้ลดขนาดด้วยการฉีดสารโบท็อกซ์ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าได้ผลดีพอควร และผลข้างเคียงต่ำเพียงแต่ไม่ถาวร ต้องทำการฉีดซ้ำอยู่เรื่อยๆ และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในคนไข้บางรายอาจต้องทำทั้งการดูดไขมันและลดขนาดกล้ามเนื้อไปด้วยกัน จึงจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่หากกล้ามเนื้อหนามาก การฉีดโบท๊อกซ์อาจให้ผลลัพธ์ที่ยังไม่น่าพอใจ ก็จะแนะนำให้ไปทำการตัดเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อน่องด้านในเลย แต่ การผ่าตัดในลักษณะนี้ ต้องอาศัยความชำนาญมาก และอาจเกิดผลข้างเคียงได้สูง แถมเมื่อกล้ามเนื้อน่องด้านในลีบลงไปแล้วกล้ามเนื้อมัดอื่นอาจโตขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้ ส่วนการตัดกล้ามเนื้อออกไปเลยนั้น ส่วนตัวไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากอาจเกิดความพิการตามมาได้สูง และของแถมที่จะได้รับมาเสมอนั้นคือการฝากรอยแผลเป็นยาว ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาดังกล่าวจึงควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการการรักษาด้วยวิธีต่างๆ