Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

Cosmetic  Spotlight

เมนูความงาม (สวย-หล่อ) แบบสบายกระเป๋า

ECONOMY   BEAUTY MENU

Spotlight38_open

ปัญหาผิวของคนในปัจจุบันในช่วงอายุตั้งแต่ 15–45 ปี คงหนีไม่พ้นเรื่องของสิว ฝ้า กระ และริ้วรอยซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยวัย สภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อย่างมลภาวะสิ่งแวดล้อม การแพ้ระคายเคือง เป็นต้น ตัวการเหล่านี้เองที่นำมาซึ่งจุดบกพร่องของผิวที่ทุกคนควรหันมาใส่ใจ ด้วยเหตุนี้ทำให้คนในปัจจุบันหันมาพึ่งพาคลินิกเสริมความงามกันมากขึ้น

ซึ่งบางครั้งการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ทาอย่างเดียวอาจมีปัญหาด้านการดูดซึมไม่ดีพอปัจจุบันจึงมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ ในการช่วยผลักสารเข้าสู่ ผิวหนังมาช่วยให้การบำรุง ฟื้นฟูผิวมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เราจึงนำข้อมูลที่เป็นแง่มุมของการดูแลผิวพรรณโดยแบ่งเป็นโปรแกรมที่คนส่วนใหญ่มักมาใช้บริการกันในราคาที่เอื้อมถึงที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีต่อการเข้ามารักษา เพื่อแก้ไขปัญหาผิวได้อย่าง ตรงจุดและคุ้มค่า…

1.Phonophoresis

เป็นการทำงานของคลื่นอัลตร้าซาวด์ที่ช่วยผลักดันตัวยาหรือสารที่ไม่มีประจุเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ลึก โดยจะใช้ตัวยาอย่างวิตามินซีเหมาะสำหรับการลบรอยดำจากสิว กระ ฝ้า และหน้าใส วิตามินเอเหมาะสำหรับผู้ที่มี สิว คอลลาเจน หรือ ไฮยาลูโรนิกเหมาะแก่คนที่มีผิวแห้งหรือคนที่มีผิวแพ้ง่าย 

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้

• ช่วยรักษารอยดำจากสิว หลุม ฝ้า กระ

• ปรับสีผิวให้มีความสม่ำเสมอ

• ผิวหน้ามีความชุ่มชื้น นุ่มเนียน กระจ่างใสขึ้น

• กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบนใบหน้า

• ลดอาการบวมหรือรอยคล้ำรอบดวงตาลงได้

• ชะลอการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาและใบหน้า

ค่าใช้จ่าย :

ราคาประมาณ 1,000–3,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิตามินในการรักษาหรือโรงพยาบาล คลินิกต่างๆ

2.Lontophoresis

กระบวนการผลักยาหรือวิตามินเข้าสู่ผิวหนังโดยอาศัยเครื่องมือที่มีกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำในการผลักยาหรือสารที่มีประจุเช่น วิตามินซี ซึมเข้าสู่ผิวหนังในปริมาณที่เข้มข้นโดยใช้กระแสไฟฟ้า ช่วยทำให้สารแตกตัวเข้าสู่ผิวหนังง่ายขึ้น จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่นิยมมากในปัจจุบัน คุณสมบัติของตัวยาที่ผลักเข้าสู่ผิวนั้น ได้แก่

Vitamin C : เหมาะกับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง มีจุดด่างดำของฝ้า กระ และรอยด่างดำของสิว รวมถึงรอยเหี่ยวย่น ซึ่งวิตามินซีจะช่วยในการบำรุงเซลล์ต่างๆ บนผิวหน้า

Transamic : ระงับการสร้างเม็ดสี Melanin เพื่อปรับผิวให้ขาว ลดความหมองคล้ำ และยับยั้งการเกิดฝ้า กระ

Hyaluronicacid : เพิ่มความชุ่มชื้นและความเต่งตึงให้กับผิวหน้า

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้

• ช่วยให้ผิวหน้านุ่มเนียน กระจ่างใสขึ้น

• ลบรอยดำจากฝ้า กระ

• ลดรอยแผลเป็นจากสิว

• ชะลอการเกิดริ้วรอยจากวัยและแสงแดด

• ช่วยกระชับรูขุมขน

• ลดความมันบนใบหน้า

ค่าใช้จ่าย

ราคา 300–500 บาท ขึ้นอยู่กับวิตามินที่จะใช้ในการรักษา

TRICK :

• ขณะทำจะรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่หน้ายิบๆ จะรู้สึกแสบมากขึ้นบริเวณผิวถลอกหรือมีแผล

• อาจจะแดงหรือเป็นสีชมพูอยู่ชั่วคราวเนื่องจากเส้นเลือดฝอยขยายโดยทั่วไปจะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 ชม.

• ไม่ทำให้ผิวหนังเกิดการลอกแต่อย่างใด

• ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บและสามารถออกแดดได้ตามปกติ

3.Alpha Hydroxy Acids (AHA) 

เป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปด้วยสารที่สกัดจากกรดผลไม้หลายชนิด เช่น กรดชิตริกจากผลไม้ตระกูลส้ม กรดไกลโคลิคจากอ้อย กรดมาลิคที่สกัดจากแอปเปิลและกรดทาริกที่สกัดมาจากองุ่น เหมาะกับผู้ที่มีสภาพผิวมัน มีรอยหมองคล้ำ สามารถรักษาได้ในบริเวณรอยดำคล้ำที่ใต้วงแขน และขาหนีบด้วย

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้

• ช่วยปรับสภาพสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ

• ลดรอยดำจากสิว ฝ้า กระ ให้จางลง

• ลดรอยหมองคล้ำ และลดความหยาบกร้านของผิว

• ช่วยลดรูขุมขนให้แคบลง

• ลดความมันบนใบหน้า

• ใบหน้าดูขาวกระจ่างใส

ค่าใช้จ่าย

ราคา 200–300 บาท

TRICK :

• ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด

• ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปทุกครั้ง

• หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีควรรักษาสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

• สามารถเกิดการระคายเคืองได้ หากความเข้มข้นสูงเกินไปหรือทิ้งไว้บนผิวนานเกินไป อาจมีการไหม้ ลอก ได้

4.เลเซอร์หน้าใส (IPL)

IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่นำเอาพลังงานแสงและใช้แท่งแก้วซัฟไฟร์เพื่อกรองเอาความ

ยาวคลื่นแสงที่ต้องการเพื่อการรักษาที่เหมาะสม เช่น กระตุ้นคอลลาเจนเพื่อให้หน้ากระจ่างใส (Rejuvenation) รักษาสิว (acne treatment) กำจัดขน (Hair removal)  รักษากระ ฝ้า (Freckle and Melasma)

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ขึ้นอยู่กับการเลือกชนิดของการรักษา

• รูขุมขนกระชับขึ้น

• ริ้วรอยและจุดด่างดำดูจางลง

• ลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิว

• ฝ้า กระ ดูจางลง

• รักษารอยจากการถูกแสงแดดทำร้ายผิว

• กำจัดขน

ค่าใช้จ่าย

ราคาประมาณ 4,000–5,000 บาท/ครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณผิวที่มีปัญหา

TRICK :

• ขณะยิงเลเซอร์อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

• อาจมีรอยแดงบริเวณผิวที่ทำการรักษาประมาณ 2–3 ชั่วโมง จากนั้นจะค่อยๆ จางลงไป

• ในคนที่มีผิวคล้ำอาจเกิดการไหม้ได้ง่าย

• หลังทำต้องใช้ยากันแดดสม่ำเสมอ

• ปัจจุบันไม่นิยมใช้รักษากระ ฝ้า เพราะ มักเกิดรอยดำกลับมาอย่างรวดเร็วหลังถูกแดด และสามารถกระตุ้นฝ้าลึกที่อยู่ใต้ผิวหนังให้เข้มขึ้นได้

5.เลเซอร์กำจัดขน

พลังงานจากเลเซอร์จะดูดซึมโดยเม็ดสีเมลานินในต่อมขน เมื่อเซลล์รากขนถูกทำลายขนก็จะหลุดร่วงไปขนที่ขึ้นใหม่จะค่อยๆมีขนาดเล็กลงและขึ้นช้าลง จึงควรทำหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง สามารถทำได้ทุกส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณรักแร้ หนวด แขน และบิกินี่ เป็นต้น

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้

• ขนจะเริ่มบางเป็นขนอ่อนลงเรื่อยๆ และจะหมดไป

• เลเซอร์บางชนิดนอกจากกำจัดขนแล้วยังช่วยให้รักแร้เรียบเนียนด้วย   

ค่าใช้จ่าย

ราคา 2,000–4,000 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ทำการรักษา

TRICK :

• ก่อนการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการถอนขนในบริเวณที่ต้องการกำจัดขนประมาณ 1 เดือน

• แต่ละครั้งของการกำจัดขนควรเว้นระยะห่างประมาณ 3-4 สัปดาห์

• อาจมีขนเหลืออยู่บ้างประมาณ 10-20% ซึ่งจะเป็นขนบางๆ อ่อนๆ

• อาจมีผื่นแดงขึ้นบริเวณรูขุมขน จากการที่เซลล์อักเสบมาเก็บกินเส้นขนที่ถูกทำลาย ซึ่งมักจางลงได้เองประมาณ 1-2 วันหลังการทำเลเซอร์

EXPERT SAYS :

นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการดูแลผิวมากมาย ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงราคาหลักแสน แต่ไม่ควรเปรียบเทียบราคาเป็นปัจจัยหลัก เพราะคุณภาพเครื่องมือผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์การรักษา เพื่อเลือกทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับผิวเป็นสิ่งสำคัญ การจ่ายแพงกว่าอาจหมายถึงประสิทธิภาพการรักษาที่ดีกว่า ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เพื่อเลือกทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับผิวและงบประมาณของเรา